⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6928/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6928/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีล้มละลายเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เป็นการฟ้องคดีที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

หนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดซึ่งมีอายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32 เมื่อโจทก์นำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาย่อมมีผลเป็นการฟ้องคดีเพื่อชำระหนี้อย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ อันทำให้อายุความแห่งสิทธิเรียกร้องในหนี้ดังกล่าวสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(2) ระยะเวลาภายหลังจากนั้นจึงไม่นับเข้าเป็นอายุความด้วย กรณีไม่ใช่เรื่องการบังคับคดีจึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 มาใช้บังคับ หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายจึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลแพ่ง ในคดีหมายเลขแดงที่ 17160/2532 ซึ่งศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2532 แต่โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวเพียงบางส่วน คิดถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2534จำเลยยังค้างชำระหนี้ดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 4,433,822.06 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2534เป็นต้นมา และจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ 4145/2532, 11808/2532, 23817/2532 และ 5573/2533 อันเป็นหนี้กำหนดจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท และไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ 17160/2532 ของศาลแพ่งครบถ้วนแล้ว และจำเลยไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า กรณีมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายหรือไม่จำเลยแก้ฎีกาว่า หนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวขณะนี้พ้นกำหนดระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์จึงหมดสิทธิบังคับคดีและย่อมไม่อาจนำไปขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้ จึงไม่สมควรให้จำเลยล้มละลายนั้น เห็นว่า หนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดซึ่งมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32การที่โจทก์นำหนี้ตามคำพิพากษามาเป็นมูลฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา ซึ่งอยู่ภายในกำหนดอายุความตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ย่อมมีผลเท่ากับเป็นการฟ้องคดีเพื่อให้ชำระหนี้อย่างหนึ่งตามวิธีการที่พระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 บัญญัติไว้โดยเฉพาะ อันทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(2) เมื่อขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่พ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา และจากการฟ้องคดีนี้มีผลให้อายุความแห่งสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดสะดุดหยุดลงดังได้วินิจฉัยมาแล้ว ระยะเวลาภายหลังจากนั้นจึงไม่นับเข้าเป็นอายุความด้วย กรณีมิใช่เรื่องการบังคับคดี จึงไม่อาจนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 มาใช้บังคับข้อแก้ฎีกาของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ดังนั้น แม้จำเลยจะมีรายได้จากเงินเดือนในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทแอสแพคบรรจุภัณฑ์ จำกัด เดือนละ 50,000 บาท และข้ออ้างอื่น ๆ อีกแต่ตามพฤติการณ์ที่มีการขายทรัพย์สินจำนองชำระหนี้โจทก์บางส่วนแล้วจำเลยไม่เคยขวนขวายชำระหนี้โจทก์ส่วนที่เหลืออีกเลย กรณีจึงไม่มีเหตุไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยเฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6928/2544 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย วิวัฒน์ อรรถประสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน · จำเลย - นาย วิวัฒน์ อรรถประสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · พิชัย เตโชพิทยากูล · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 1058/2535ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 39/2524ฎีกา 4046/2541ฎีกา 161/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ