⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7114/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7114/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาอื่น แม้จะมิได้ระบุหมายเลขคดีไว้ แต่หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีดังกล่าว และศาลได้ทราบข้อเท็จจริงนี้แล้ว ศาลย่อมมีอำนาจสั่งนับโทษต่อได้เมื่อมีคำพิพากษาในคดีอื่นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาอีกคดีหนึ่งที่ฟ้องมาพร้อมกัน ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโจทก์จำเลยในคดีอาญาดังกล่าว แต่โจทก์มิได้ระบุหมายเลขคดีไว้เนื่องจากโจทก์ยังไม่ทราบหมายเลขคดีจนกว่าโจทก์จะได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นได้นัดฟังคำพิพากษาในวันอื่น ข้อเท็จจริงที่ได้จากรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติซึ่งศาลชั้นต้นให้คู่ความทราบแล้วคู่ความไม่ติดใจคัดค้านปรากฏว่าจำเลยถูกดำเนินคดีในความผิดตามคดีอาญาของศาลชั้นต้น เท่ากับจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงใน ข้อที่ว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ และถือได้ว่าศาลชั้นต้นทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยถูกฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งตามคำฟ้องของโจทก์แล้ว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีนี้ภายหลังจากที่มี คำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522 ม.11 พระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 64 เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดเวลา 8 ปี และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวข้างต้น จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาตำบล (ที่ถูก พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล) พ.ศ. 2482 มาตรา 64 จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดเวลา 8 ปี นับโทษจำเลย ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1021/2543 หมายเลขแดงที่ 1130/2543 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 64 ประกอบ พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 ไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1021/2543 หมายเลขแดงที่ 1130/2543 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาของศาลชั้นต้นอีกคดีหนึ่งนั้น เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาอีกคดีหนึ่งที่ฟ้องมาพร้อมกัน ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาดังกล่าว เพียงแต่โจทก์มิได้ระบุหมายเลขคดีไว้เท่านั้น เนื่องจากโจทก์ยังไม่ทราบหมายเลขคดีจนกว่าโจทก์จะได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นแล้ว โจทก์จึงไม่อาจระบุหมายเลขคดีไว้ในคำฟ้องคดีนี้ได้ แต่โจทก์สามารถแถลงให้ศาลทราบได้ในภายหลังก่อนศาลมีคำพิพากษา ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้ มีคำพิพากษาในคดีทั้งสองเรื่องในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องแต่ได้นัดฟังคำพิพากษาในวันอื่นเนื่องจากได้สั่งให้พนักงาน คุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษา และข้อเท็จจริงที่ได้จากรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติซึ่งศาลชั้นต้นให้คู่ความทราบแล้ว คู่ความไม่ติดใจคัดค้านปรากฏว่า จำเลยถูกดำเนินคดีใน ความผิดต่อ พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1021/2543 ของศาลชั้นต้น เท่ากับจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงในข้อที่ว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อตามรายงาน ดังกล่าว และถือได้ว่าศาลชั้นต้นทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยถูกฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งตามคำฟ้องของโจทก์แล้ว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีนี้ภายหลังจากที่มีคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมนับโทษจำเลยต่อ จากโทษในอีกคดีหนึ่งนั้นได้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่นับโทษจำเลยต่อให้ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนตาม ป.อ. มาตรา 23 และนับโทษกักขังของจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษกักขังของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1130/2543 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7114/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก โจทก์ นายประสิทธิ์ บุญยืน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก · จำเลย - นายประสิทธิ์ บุญยืน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายวิธูร คลองมีคุณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายธนัท วิรบุตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 1891/2500ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 5598/2540ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา