⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7321/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7321/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. โจทก์สามารถถอนฟ้องคดีอาญาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวได้ก่อนคดีถึงที่สุด โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากจำเลย หากจำเลยไม่คัดค้าน 2. การที่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในรายละเอียดของทรัพย์ที่ถูกยักยอก แต่ยังคงเป็นการกระทำความผิดฐานยักยอกตามฟ้อง ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้ 3. การเบียดบังเอาทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการแทน โดยทุจริต ถือเป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) การที่ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ยักยอกทรัพย์ของโจทก์ไปเพียง 200,000 บาท มิใช่จำนวน 325,000 บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง เป็นเพียงข้อแตกต่างกันในรายละเอียดของทรัพย์ที่ถูกจำเลยที่ 1 ยักยอก มิใช่การ แตกต่างกันในข้อเท็จจริงอันจะทำให้การกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิด ทั้งจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี โดยตลอดมิได้หลงต่อสู้คดีแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับ ข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญและไม่ใช่กรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานยักยอก เกินคำขอแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ประกอบกิจการขายรถยนต์โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการสาขา ดำเนินการติดต่อลูกค้าแทนโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ครอบครองเงินที่นาย อ. ลูกค้าชำระให้โจทก์แล้วไม่ส่งมอบให้โจทก์ตามหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็น การกระทำความผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไว้เป็นของตน จำเลยที่ 1 จึงมี ความผิดฐานยักยอก แต่การทำสัญญาซื้อขายและการชำระราคารถยนต์เป็นเรื่องความไว้วางใจกันระหว่างโจทก์กับ ลูกค้าเป็นการเฉพาะราย มิใช่กับประชาชนทั่วไป การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามมาตรา 354 คงมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา 352 เพียงมาตราเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.354

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๔, ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๔ ประกอบมาตรา ๘๓ จำคุกคนละ ๓ ปี ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๒ ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อจำเลยที่ ๒ ไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ เสียจากสารบบความ คดีคงขึ้นมาสู่ การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ ๑? มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ต่อไปว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาเกินคำขอที่ไม่ได้กล่าวในฟ้องและข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องในข้อสาระสำคัญไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง หรือไม่? เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์ระบุรายการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ แต่ละรายการเป็นกระทงความผิดต่างกัน ปัญหาว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดหรือไม่ ยักยอกเงินแต่ละรายการจำนวนเท่าใด เป็นเรื่องที่ศาลจะปรับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ยักยอกทรัพย์ของโจทก์ไปเพียง ๒๐๐,๐๐๐ บาท มิใช่จำนวน ๓๒๕,๐๐๐ บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง ก็เป็นเพียงข้อแตกต่างกันในรายละเอียดของทรัพย์ที่ถูกจำเลยที่ ๑ ยักยอก มิใช่การแตกต่างกัน ในข้อเท็จจริงอันจะทำให้การกระทำของจำเลยที่ ๑ ไม่เป็นความผิด ทั้งคดีนี้จำเลยที่ ๑ ก็ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีโดยตลอดมิได้หลงต่อสู้คดีแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ ๑ ยักยอกเงินโจทก์ไปเพียง ๒๐๐,๐๐๐ บาท มิใช่ ๓๒๕,๐๐๐ บาท ตามฟ้องจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ และไม่ใช่กรณีที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาเกินคำขอแต่อย่างใด ฎีกาส่วนนี้ของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า จำเลยที่ ๑ ยักยอกเงินค่ารถยนต์ที่นายอัสอารี แลหะ ชำระให้แก่โจทก์หรือไม่ การที่จำเลยที่ ๑ รับเงินไว้แล้วไม่ส่งให้โจทก์โดยอ้างว่าต้องการรอให้นายอัสอารีชำระส่วนที่เหลือก่อนแต่จำเลยที่ ๑ ได้ลาออกวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๓๙ จึงไม่ได้ส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์นั้น การกระทำของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวล้วนเป็นพฤติการณ์ที่แสดงถึงเจตนาของจำเลยที่ ๑ ที่ครอบครองเงินที่นายอัสอารีลูกค้าชำระให้โจทก์ แล้วไม่ส่งมอบให้โจทก์ตามหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ อันเป็นการกระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไว้เป็นของตน จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานยักยอกตามฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ ๑ ทุกข้อฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๔ นั้น แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ประกอบกิจการขายรถยนต์โดยมีจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการสาขา ดำเนินการติดต่อลูกค้าแทนโจทก์ก็ตาม แต่การทำสัญญาซื้อขายและการชำระราคารถยนต์เป็นเรื่องความไว้วางใจกันระหว่างโจทก์กับลูกค้าเป็นการเฉพาะรายมิใช่กับประชาชน ทั่วไป การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา ๓๕๔ จำเลยที่ ๑ คงมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา ๓๕๒ เพียงมาตราเดียว ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ จำคุก ๙ เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7321/2544 บริษัทแดวูสงขลา จำกัด โจทก์ นายวิชิต โชติธรรม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทแดวูสงขลา จำกัด · จำเลย - นายวิชิต โชติธรรม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายสถาพร ประสารวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1656/2512ฎีกา 681/2491ฎีกา 19406/2555ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 1124/2496ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1979/2521ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา