⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9546/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9546/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่าทรัพย์สินที่รู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุนการกระทำความผิดของผู้เช่า ทรัพย์สินนั้นย่อมต้องถูกริบตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นเจ้าของตู้คาราโอเกะ อันประกอบด้วยเครื่องรับโทรทัศน์สี เครื่องเล่นวิดีโอซีดี แผ่นวิดีโอซีดี และเครื่องเสียงพร้อมลำโพง ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ริบตาม ป.อ. มาตรา 33 เพราะจำเลยได้นำไปฉายหรือให้บริการ วิดีโอซีดีคาราโอเกะที่มีการแสดงภาพและเสียงเพลงบริการลูกค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. ควมคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 4, 20 วรรคสอง, 38 แต่ผู้ร้องทราบความต้องการของจำเลยว่าจำเลยต้องการติดตั้งตู้คาราโอเกะอย่างเร่งด่วนในทันทีแม้จำเลยยังไม่ได้รับใบอนุญาต ทั้งนี้เพื่อเป็นการเอาใจลูกค้ารวมถึงกิจการค้าขายเจริญขึ้นตามไปด้วย ดังนี้รับฟังได้ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้จัดให้มีการฉายวิดีโอซีดีที่มีการแสดงภาพและเสียงเพลงขึ้นในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ แม้คำพิพากษาดังกล่าวไม่ผูกพันผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แต่เมื่อผู้ร้องไม่ได้โต้แย้งว่าจำเลยไม่ได้ใช้ตู้คาราโอเกะของกลางอันประกอบด้วยเครื่องรับโทรทัศน์สีวิดีโอซีดี เครื่องเล่นวิดีโอซีดี เครื่องเสียงและลำโพงในการกระทำความผิดฐานฉายวิดีโอซีดีของกลางที่มีการแสดงภาพและ เสียงเพลงในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องฟังว่าทรัพย์ทั้งหมดถูกใช้ในการกระทำผิดของจำเลย ทรัพย์ชิ้นใดโดยตัวของมันเองจะเป็นวัสดุโทรทัศน์หรือไม่ก็ตาม ทรัพย์นั้นก็ยังคงเป็นทรัพย์ที่ ถูกใช้ร่วมกับทรัพย์อื่นในการกระทำความผิดฐานฉายวิดีโอซีดีที่มีการแสดงภาพและเสียงเพลงขึ้นในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตอันควรต้องริบตาม ป.อ. มาตรา 33 อยู่ดี จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาว่าทรัพย์ชิ้นใดเป็นวัสดุโทรทัศน์อันจะริบตาม พ.ร.บ. ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 4 หรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 4, 20 วรรคสอง และ 38 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 จำคุก 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 วัน และปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของกลาง จำเลยทำสัญญาเช่าของกลางจากผู้ร้องไปใช้ส่วนตัว โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยขอให้สั่งคืนของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความนำสืบรับฟังในเบื้องต้นได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของตู้คาราโอเกะอันประกอบด้วย เครื่องรับโทรทัศน์สีขนาด 25 นิ้ว 1 เครื่อง เครื่องเล่นวิดีโอซีดี ขนาด 50 แผ่น แผ่นวิดีโอซีดี 50 แผ่น และเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 1 ชุด ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ริบเพราะจำเลยได้นำไปฉายหรือให้บริการวิดีโอซีดีคาราโอเกะที่มีการแสดงภาพและเสียงเพลงบริการลูกค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ ได้ความจากผู้ร้องและจำเลยว่า ผู้ร้องมีอาชีพเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง โดยเคยแวะมารับประทานอาหารที่ร้านอาหารชัยพฤกษ์ข้าวต้มโต้รุ่งของจำเลยและเคยเสนอต่อจำเลยว่า ผู้ร้องมีตู้คาราโอเกะให้เช่า หากจำเลยจะนำมาใช้ส่วนตัวก็ไม่ต้องขออนุญาต แต่หากจะนำมาให้บริการแก่ลูกค้าด้วยการหยอดเหรียญก็ต้องขออนุญาตซึ่งจำเลยเห็นด้วยเพราะลูกค้าของจำเลยก็มีความต้องการเช่นนั้น ต่อมาไม่นานจำเลยก็ได้ติดต่อผู้ร้องเพื่อขอเช่าตู้คาราโอเกะของกลางซึ่งผู้ร้องยินยอมให้จำเลยเช่า คำพยานผู้ร้องได้ความดังนี้เห็นว่าผู้ร้องมีอาชีพเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ ผู้ร้องน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้บังคับแก่สถานบันเทิงดีพอสมควรจึงได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายแก่จำเลยอย่างถูกต้อง และการที่ผู้ร้องนำเสนอความคิดเกี่ยวกับการสนองความต้องการของลูกค้าของจำเลยที่จะนำเอาตู้คาราโอเกะมาให้ความบันเทิงภายในร้านอาหารของจำเลยก็นับได้ว่าผู้ร้องและจำเลยมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ประกอบกับในขณะนั้นจำเลยยังไม่ได้ติดตั้งตู้คาราโอเกะเพื่อบริการลูกค้าซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยต้องยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ฉายหรือให้บริการตู้คาราโอเกะอย่างแน่นอน และการขออนุญาตในเรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลานับเดือนกว่าจะได้รับใบอนุญาต จำเลยเองก็เคยแจ้งให้ผู้ร้องทราบด้วยแล้วว่า มีลูกค้าเรียกร้องให้นำตู้คาราโอเกะมาให้บริการโดยหยอดเหรียญเพื่อจะได้ร้องเพลงอีกด้วย ข้อเท็จจริงจึงบ่งชี้ให้น่าเชื่อว่าขณะที่ผู้ร้องกับจำเลยเจรจากันอยู่นั้นจำเลยมีความต้องการที่จะติดตั้งตู้คาราโอเกะอย่างเร่งด่วนซึ่งหากจำเลยได้รับตู้คาราโอเกะมาเมื่อใดจำเลยก็จะติดตั้งในทันทีแม้จะยังไม่ได้รับใบอนุญาตก็ตาม และผู้ร้องน่าจะทราบความต้องการของจำเลย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเอาใจลูกค้ารวมถึงกิจการค้าขายเจริญขึ้นตามไปด้วย ข้อเท็จจริงดังได้วินิจฉัยมานี้รับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ที่ผู้ร้องฎีกาโต้แย้งว่า สิ่งที่จะเรียกว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่จะริบได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 4 ได้นั้นก็เฉพาะแต่วิดีโอซีดีเท่านั้น ส่วนเครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องเล่นวิดีโอซีดี เครื่องเสียงและลำโพงที่ถูกริบหาใช่เป็นวัสดุโทรทัศน์อันจะริบตามบทบัญญัตินั้นได้ไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยนี้ได้จัดให้มีการฉายวิดีโอซีดีที่มีการแสดงภาพและเสียงเพลงขึ้นในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ แม้คำพิพากษาดังกล่าวไม่ผูกพันผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แต่เมื่อผู้ร้องไม่ได้โต้แย้งว่าจำเลยไม่ได้ใช้ตู้คาราโอเกะของกลางอันประกอบด้วยเครื่องรับโทรทัศน์สีวิดีโอซีดี เครื่องเล่นวิดีโอซีดี เครื่องเสียงและลำโพงในการกระทำความผิดฐานฉายวิดีโอซีดีของกลางที่มีการแสดงภาพและเสียงเพลงในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องฟังว่าทรัพย์ทั้งหมดถูกใช้ในการกระทำผิดของจำเลย ทรัพย์ดังกล่าวชิ้นใดโดยตัวของมันเองจะเป็นวัสดุโทรทัศน์หรือไม่จึงไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา เพราะไม่ว่าทรัพย์นั้นจะเป็นวัสดุโทรทัศน์หรือไม่ก็ตาม ทรัพย์ดังกล่าวก็ยังคงเป็นทรัพย์ที่ถูกใช้ร่วมกับทรัพย์อื่นในการกระทำความผิดฐานฉายวิดีโอซีดีที่มีการแสดงภาพและเสียงเพลงขึ้นในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต อันควรต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 อยู่ดี ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาข้อนี้ของผู้ร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9546/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายชูศักดิ์ เอี่ยมปาน ผู้ร้อง นางสาวอัญชลี เจือจันทึก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้ร้อง - นายชูศักดิ์ เอี่ยมปาน · จำเลย - นางสาวอัญชลี เจือจันทึก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิบูลย์ มีอาสา · สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงตลิ่งชัน - นายสุชาติ สุนทรเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นางทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 651/2507ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1268/2515ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1875/2547ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 3814/2549ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา