⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1192/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ทราบคำสั่งศาลให้ส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในกำหนด ถือเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามกฎหมาย ข้ออ้างอื่นใดของโจทก์ไม่อาจทำให้การเพิกเฉยนั้นกลับกลายเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

คดีแพ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ และกำหนดเวลาให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยในวันที่ยื่นอุทธรณ์ โจทก์ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยชอบแล้ว แต่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ จึงเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า โจทก์มีโอกาสชนะคดีก็ดี ทนายจำเลยทราบว่าโจทก์ยื่นอุทธรณ์แล้วแต่ไม่ยอมรับสำเนาอุทธรณ์ไปจากศาลก็ดี เจ้าพนักงานศาลและทนายจำเลยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบว่าโจทก์ยังไม่ได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ดี หาใช่ข้ออ้างให้การกระทำของโจทก์ไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญากู้ยืมเงิน พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ ให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองภายใน ๗ วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ต่อมาเจ้าพนักงานศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นว่าโจทก์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค ๑ เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งว่า โจทก์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลชั้นต้น เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ประกอบมาตรา ๒๔๖ ให้จำหน่ายคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเนื่องจากโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ และกำหนดเวลาให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสองในวันที่ยื่นอุทธรณ์ จึงต้องถือว่าโจทก์ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยชอบแล้ว เมื่อโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ จึงเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า โจทก์มีโอกาสชนะคดีก็ดี ทนายจำเลยทั้งสองทราบว่าโจทก์ยื่นอุทธรณ์แล้วแต่ไม่ยอมรับสำเนาอุทธรณ์ไปจากศาลก็ดี เจ้าพนักงานศาลและทนายจำเลยทั้งสองไม่แจ้งให้โจทก์ทราบว่าโจทก์ยังไม่ได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ดี หาใช่ข้ออ้างอันจะทำให้การกระทำของโจทก์ไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยไว้แล้วไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งจำหน่ายคดีจึงชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2545 นายชวน ทรงเจียระพานิช โจทก์ นายเฉลียว ไกยราช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชวน ทรงเจียระพานิช · จำเลย - นายเฉลียว ไกยราช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชา มหาคุณ · วิชัย วิวิตเสวี · สุภิญโญ ชยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ · ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมชาย สินเกษม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1223/2535ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1700/2518ฎีกา 393/2536ฎีกา 3865/2537ฎีกา 222/2511ฎีกา 959/2535ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1419/2543ฎีกา 7857/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 7560/2543ฎีกา 2159/2530ฎีกา 728/2548ฎีกา 8780/2538ฎีกา 8909/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา