⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1719/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หนังสือจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศสามารถนำมาใช้เป็นพยานเอกสารได้โดยไม่ต้องมีโนตารีปับลิกและเจ้าหน้าที่สถานทูตรับรองลายมือชื่อ 2. การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และผู้เสียหายมีสิทธิดำเนินคดีอาญาต่อผู้ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของตนได้ แม้จะไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย

ย่อคำพิพากษา

การอ้างหนังสือจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นพยานเอกสารมิได้มีกฎหมายบัญญัติว่าจะต้องมีโนตารีปับลิกเป็นพยานและต้องมีเจ้าหน้าที่สถานทูตของประเทศไทยรับรองลายมือชื่อของโนตารีปับลิกดังเช่นหนังสือมอบอำนาจที่ได้กระทำในต่างประเทศ ป.อ. มาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 273 ได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนไว้นอกราชอาณาจักร โดยให้สิทธิที่จะดำเนินคดีอาญาแก่ผู้เสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายปลอมได้ การที่ผู้เสียหายไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทยไม่อาจถือว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.238 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.47 ประมวลกฎหมายอาญา ม.273 ประมวลกฎหมายอาญา ม.275

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๒๗๓ และ ๒๗๕ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๗๓ ให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๖,๐๐๐ บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวต่อไป โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า นายบำรุง แซ่ตั้ง ได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า kipling กับรูปลิงในกรอบสี่เหลี่ยมคือเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้กับสินค้าจำพวกที่ ๓๘ เดิม รายการสินค้า รองเท้าและสินค้าทั้งมวลที่อยู่ในจำพวกนี้ นายทะเบียนรับจดทะเบียนให้เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๒ นายบำรุงได้ร่วมหุ้นกับพวกเปิดร้านชื่อ โคเฟรม เพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทกระเป๋า รองเท้า และเสื้อยืด มีจำเลยเป็นพนักงานขายประจำร้าน ต่อมาในวันเวลาที่เกิดเหตุ นายศุภฤกษ์ โตวัชระกุล ผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายได้นำเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นร้านโคเฟรมตามหมายค้นของศาล ยึดสินค้ากระเป๋าจำนวน ๕๐๕ ใบ ซึ่งติดเครื่องหมายการค้า และ และได้จับจำเลยโดยแจ้งข้อหาว่า เสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าของบริษัท เอ็น.วี. คิปลิงค์ จำกัด ผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้นอกราชอาณาจักรปลอม มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยกระทำผิดฐานเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า kipling และรูปลิงหางยาวคือเครื่องหมายการค้า และ KIPLING มีรูปดาวภายในวงกลมคือเครื่องหมายการค้า โดยจดทะเบียนไว้ที่ประเทศเบลเยียมและประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เช่น สมาพันธรัฐสวิส เครือรัฐออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ เป็นต้น สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายมีการจำหน่ายแพร่หลายทั่วไป มีการโฆษณาจัดทำแคตตาล็อกและแผ่นพับไว้แจกจ่ายแก่ลูกค้า แม้สำเนาหนังสือจดทะเบียนที่โจทก์อ้างส่งจะระบุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่สำนักเครื่องหมายการค้าเบเนลักซ์ก็หมายความถึงว่าเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายได้รับการจดทะเบียนไว้ในประเทศเบลเยียม ประเทศเนเธอร์แลนด์และราชรัฐลักเซมเบิร์กซึ่งรวมเรียกว่าเบเนลักซ์ ทั้งมิได้มีกฎหมายบัญญัติว่า การอ้างหนังสือจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นพยานเอกสารนั้นจะต้องมีโนตารีปับลิกเป็นพยานและต้องมีเจ้าหน้าที่สถานทูตของประเทศไทยรับรองลายมือชื่อของโนตารีปับลิกดังเช่นหนังสือมอบอำนาจที่ได้กระทำในต่างประเทศแต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมารับฟังได้ว่า ผู้เสียหายเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า kipling และรูปลิงหางยาว และ KIPLING มีรูปดาวภายในวงกลม โดยได้จดทะเบียนไว้ในกลุ่มประเทศเบเนลักซ์เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๒๙ และวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๓๕ ตามลำดับ ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่ากระเป๋าของกลางใช้เครื่องหมายการค้าของนายบำรุงซึ่งได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทย ทั้งกำลังพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงขาดเจตนาและไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น เห็นว่า นายบำรุงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า kipling กับรูปลิงหางยาวอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้กับสินค้าจำพวก ๓๘ เดิม คือรองเท้าและสินค้าทั้งมวลที่อยู่ในจำพวกนี้ทั้งหมด ซึ่งไม่รวมสินค้าประเภทกระเป๋าถือหรือกระเป๋าอื่น ๆ อันเป็นสินค้าที่อยู่ในจำพวกที่ ๑๘ ใหม่ นายบำรุงเพิ่งยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวโดยไม่มีกรอบสี่เหลี่ยมเพื่อใช้กับสินค้าจำพวกที่ ๑๘ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๒ และนายทะเบียนก็ยังไม่รับจดทะเบียนให้ แต่ปรากฏว่าสินค้ากระเป๋าของกลางอันเป็นวัตถุพยานจำนวน ๓ ใบ ได้แสดงเครื่องหมายการค้าคำว่า KIPLING มีรูปดาวภายในวงกลมจำนวน ๒ ใบ ส่วนกระเป๋าอีก ๑ ใบ แสดงเครื่องหมายการค้าคำประดิษฐ์รูป K ในวงกลม ซึ่งมิใช่เครื่องหมายการค้าของนายบำรุงที่ได้จดทะเบียนไว้ ทั้งกระเป๋าวัตถุพยานทั้งสามใบได้ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใส ซึ่งมีเครื่องหมายการค้าคำว่า kipling และรูปลิงหางยาวขนาดใหญ่โดยไม่มีกรอบสี่เหลี่ยม มีรูป คำ และลักษณะเหมือนกับเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายประทับอยู่ เห็นได้ชัดเจนว่าผู้ผลิตกระเป๋าของกลางมีเจตนาจะให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าสินค้ากระเป๋าของกลางเป็นสินค้าของผู้เสียหาย จึงเป็นการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ทั้งจำเลยทราบอยู่แล้วว่าเครื่องหมายการค้าที่ปรากฏที่กระเป๋าของกลางซึ่งวางขายอยู่ในร้านโคเฟรมไม่ใช่เครื่องหมายการค้าของนายบำรุงที่ได้จดทะเบียนไว้ การที่ผู้เสียหายไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทยไม่อาจถือได้ว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทยดังที่จำเลยอุทธรณ์ เพราะผู้เสียหายได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนไว้นอกราชอาณาจักร ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๗๓ ได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เสียหายโดยให้สิทธิที่จะดำเนินคดีอาญาแก่ผู้เสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายปลอมได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางฟังว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่ากระเป๋าของกลางเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายแล้วเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมดังกล่าว ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๗๓ นั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสุนัย คณิชชาพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสุนัย คณิชชาพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายจักร อุตตโม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1170/2505ฎีกา 9797/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 3181/2532ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 4893/2538ฎีกา 3576/2536ฎีกา 2027/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา