คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีเจตนาจะรบกวนการครอบครองโดยปกติสุข ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 แต่หากเป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืน อาจเป็นความผิดตามมาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและในทันใดนั้นผู้เสียหายเห็นจำเลยพอดีจำเลยก็วิ่งหนีออกไป ไม่ถือว่าเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362แต่เป็นความผิดฐานเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืนตามมาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของนางสิทธิ์ ชูประสิทธิ์ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ตัวจำเลยมาทำการสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365(3) ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและในทันใดนั้นผู้เสียหายเห็นจำเลยพอดี จำเลยก็วิ่งหนีออกไป จะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขยังไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นเพียงเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืนตามมาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 362 ด้วย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อย่างไรก็ดีตามพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อจำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและผู้เสียหายเห็นจำเลย จำเลยก็กลับออกไปแต่โดยดี ไม่ได้ทำร้ายผู้เสียหายหรือบุตรสาวของผู้เสียหาย ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยเพื่อให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ สมควรลงโทษปรับด้วย และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้"
พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 โดยให้ยกฟ้องในความผิดฐานนี้ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364 ให้ปรับจำเลย 8,000 บาทอีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ทั้งนี้ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งภายในกำหนด 1 ปีให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 20 ชั่วโมง ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2545
พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์
นาย มินันต์ สองสัญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นาย มินันต์ สองสัญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สบโชค สุขารมณ์ · สุชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ