⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2894/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2894/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าซื้อยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อ และมีสิทธิร้องขอคืนทรัพย์สินนั้นได้ หากผู้เช่าซื้อไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของผู้เช่าซื้อ การขอคืนทรัพย์สินดังกล่าวไม่ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

บริษัทผู้ร้องให้ ณ. เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลาง ณ. ชำระเรื่อยมา จำเลยก็นำรถของกลางไปกระทำผิด ดังนี้ กรรมสิทธิ์ในรถของกลางยังเป็นของผู้ร้องอยู่ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอคืนรถของกลางได้ เมื่อจำเลยกระทำผิดโดยลำพัง ซึ่ง ณ. และผู้อื่นมิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องด้วย การที่ผู้ร้องขอคืนรถของกลางเพื่อให้ ณ. ปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อต่อไป จึงมิได้เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของผู้กระทำผิดอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด ต้องคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 และริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน เชียงใหม่ 3 ค - 2976 ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลางและให้นายณรงค์ ม่วงวัดท่า เช่าซื้อไป ผู้ร้องไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจ ขอให้ศาลมีคำสั่งคืนรถของกลางให้แก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง และผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับว่า ให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่ เห็นว่า ผู้เช่าซื้อยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วนตามสัญญา กรรมสิทธิ์ในรถจักรยานยนต์ของกลางยังเป็นของผู้ร้องอยู่ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง ส่วนที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อต่อไปสรุปความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางเพื่อประสงค์ให้นายณรงค์ผู้เช่าซื้อหรือนายวินัยผู้ค้ำประกันได้เช่าซื้อต่อเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนั้น เห็นว่า ได้ความตามคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกคะนอง ไข่ทา พนักงานสอบสวนในคดีที่จำเลยถูกจับกุมพยานโจทก์ว่า ในชั้นสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงแต่เพียงว่าจำเลยกระทำความผิดโดยลำพังแต่ผู้เดียว ไม่มีบุคคลอื่นรู้เห็นเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น นายณรงค์ผู้เช่าซื้อและนายวินัยจึงไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดของจำเลย การที่ผู้ร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางเพื่อให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อต่อไป จึงมิได้เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่ผู้กระทำความผิดอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2894/2545 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ บริษัท นอร์ธเวย์ จำกัด ผู้ร้อง นาย เลื่อน ชัยเลิศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · ผู้ร้อง - บริษัท นอร์ธเวย์ จำกัด · จำเลย - นาย เลื่อน ชัยเลิศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · วิชัย ชื่นชมพูนุท · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 816/2504ฎีกา 467/2518ฎีกา 3492/2547ฎีกา 2677/2547ฎีกา 943/2520ฎีกา 590/2529ฎีกา 604/2535ฎีกา 1736-1737/2503ฎีกา 12315/2558ฎีกา 5184/2554ฎีกา 1673/2512ฎีกา 368/2535ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2996/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 651/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ