⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4490/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4490/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ผู้เช่าเดิมย่อมมีสิทธิเรียกให้ผู้เช่าช่วงส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืนได้ แม้ผู้เช่าเดิมจะโอนสิทธิการเช่าให้แก่บุคคลภายนอกแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์เช่าอาคารพิพาทจากสุขาภิบาลแล้วให้จำเลยเช่าช่วงมีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2536 เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออกจากอาคารพิพาท ดังนี้ แม้โจทก์จะโอนสิทธิการเช่าอาคารให้แก่ ส. ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2540 ก่อนฟ้องคดีนี้ก็ตาม แต่โจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญากับจำเลยอาจใช้สิทธิที่มีอยู่ตามสัญญาเช่าเรียกให้จำเลยส่งมอบอาคารพิพาทแก่โจทก์ได้ เพื่อโจทก์จะได้ส่งมอบอาคารพิพาทให้แก่ผู้รับโอนสิทธิการเช่า โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง? ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากอาคารพาณิชย์ ๒ ชั้น ๑ คูหาครึ่ง เลขที่ ๖๙๑ ในตลาดสดสุขาภิบาลกังแอน ตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากอาคารที่เช่า จำเลยให้การว่า อาคารที่เช่าเป็นกรรมสิทธิ์ของสุขาภิบาลกังแอนให้ประชาชนเช่าในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๙๘๐.๒๐ บาท และห้ามผู้เช่านำไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วง ขณะฟ้องคดีโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองอาคารที่เช่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารพาณิชย์ ๒ ชั้น ๑ คูหาครึ่ง เลขที่ ๖๙๑ ในตลาดสดสุขาภิบาลกังแอน ตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์เดือนละ ๔,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๐) เป็นต้นไปแก่โจทก์ จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารดังกล่าว กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์โอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทให้แก่ผู้อื่นแล้วไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ข้อเท็จจริงได้ความตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ว่า เดิมโจทก์เช่าอาคารพิพาทจากสุขาภิบาลกังแอนแล้วให้จำเลยเช่าช่วงมีกำหนด ๓ ปี นับแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๓๖ ครั้นวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๐ โจทก์โอนสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าวให้แก่นางสนันท์ มุมทอง เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดโจทก์แจ้งให้จำเลยออกจากอาคารพิพาท แต่จำเลยเพิกเฉย เห็นว่า แม้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าอาคารพิพาทจากสุขาภิบาลกังแอนได้โอนสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าวให้แก่นางสนันท์ตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๐ ก่อนฟ้องคดีนี้ก็ตาม แต่โจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญากับจำเลยอาจใช้สิทธิที่มีอยู่ตามสัญญาเช่าเรียกให้จำเลยส่งมอบอาคารพิพาทแก่โจทก์ได้ เพื่อโจทก์จะได้ส่งมอบอาคารพิพาทให้แก่ผู้รับโอนสิทธิการเช่า เมื่อจำเลยมิได้โต้เถียงว่าจำเลยมีสิทธิอยู่อาศัยในอาคารพิพาท จำเลยก็ต้องออกจากอาคารดังกล่าว จำเลยไม่อาจยกข้อต่อสู้ดังกล่าวขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4490/2545 นางทักษพร ขอจงดี โจทก์ นายเอกสิทธิ์ เครือพฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทักษพร ขอจงดี · จำเลย - นายเอกสิทธิ์ เครือพฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นางสาวกาญจนา เกิดโพธิ์ทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธุ์ ละอองมณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4193/2530ฎีกา 933/2496ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 370/2518ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3193/2534ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา