⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4533/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4533/2545

ป.อาญา ม.65, 80, 91 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.195, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีจิตบกพร่องแต่ยังสามารถรู้สึกผิดชอบหรือบังคับตนเองได้บ้าง การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันให้ปรับบทลงโทษตามมาตรา 65 วรรคสอง โดยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ย่อคำพิพากษา

ขณะกระทำความผิดจำเลยมีจิตบกพร่องแต่ยังสามารถรู้สึกผิดชอบหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยได้กระทำความผิดในคราวเดียวต่อเนื่องเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องปรับบทลงโทษจำเลยประกอบด้วย ป.อ. มาตรา 65 วรรคสอง ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เพียงเป็นว่า ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นประกอบ ป.อ. มาตรา 65 วรรคสอง จึงไม่ถูกต้อง การปรับบทลงโทษแม้คู่ความจะมิได้ฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 ประมวลกฎหมายอาญา ม.392

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๓๗๑, ๓๙๒, ๘๐, ๙๑, ๓๓ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๕๗, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ และมาตรา ๕๓, ๓๗๑, ๓๙๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสาม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ จำคุก ๑ เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มี โทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๔ เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) ข้อหาเสพแอมเฟตามีนให้ยก ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ วรรคสอง ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก ๒ ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก ๑ ปี รวมจำคุก ๓ ปี เมื่อรวมกับโทษฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตด้วยแล้วเป็นจำคุก ๓ ปี ๕ เดือน เห็นว่าจำเลยเป็นผู้มีจิตบกพร่องและไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนควรให้โอกาสจำเลยบำบัดรักษาเพื่อจะได้หายเป็นปกติและเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกเห็นสมควรรอการลงโทษไว้ มีกำหนด ๓ ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและไปบำบัดรักษาจิตใจที่โรงพยาบาลนิติจิตเวชโดยให้รายงานผลการรักษาต่อพนักงานคุมประพฤติ ๓ เดือนต่อครั้ง ภายในเวลาที่รอการ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เพียงเป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ วรรคสอง ฐานฆ่าผู้อื่นจำคุก ๒ ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก ๑ ปี ยังไม่ถูกต้องเพราะจำเลยได้กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญและฐานพาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต อันเป็นการกระทำความผิด ในคราวเดียวต่อเนื่องเป็นหลายกรรมต่างกัน ต้องปรับบทลงโทษจำเลยประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ วรรคสอง ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปด้วย และในความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสาม ยังไม่ถูกต้องที่ถูกจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสอง และศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มิได้แก้ไข การปรับบทลงโทษแม้คู่ความจะมิได้ฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐, ๓๙๒ และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสอง โดยทุกกระทงความผิดประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ วรรคสอง ด้วย รวมจำคุก ๓ ปี ๕ เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและไปบำบัดรักษาจิตใจที่โรงพยาบาล นิติจิตเวชโดยให้รายงานผลการรักษาต่อพนักงานคุมประพฤติ ๓ เดือนต่อครั้ง ภายในเวลาที่รอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4533/2545 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายวิบูลย์ ทิพย์พิมล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายวิบูลย์ ทิพย์พิมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศุภชัย ภู่งาม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายเทอดชัย ธนะพงศ์พร · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายปกรณ์ บุญญกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 492/2539ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 122/2481ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา