⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5623/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5623/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่ถูกใช้ในการกระทำความผิด หากพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิดนั้น มีสิทธิขอให้คืนทรัพย์สินที่ถูกใช้เป็นของกลางได้

ย่อคำพิพากษา

นอกจากผู้ร้องจะมีใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์อันเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางแล้ว ยังได้ความจากคำรับของจำเลยที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนในทันทีทันใดภายหลังเกิดเหตุ โดยไม่ทันมีเวลาคิดไตร่ตรองหาลู่ทางบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ผิดไปว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรถได้กำชับมิให้จำเลยบรรทุกทรายหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่จำเลยลักลอบขนทรายขึ้นบรรทุกเองโดยผู้ร้องไม่รู้เห็น เพื่อนำทรายส่วนที่เกินไปขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว คำให้การดังกล่าวมีน้ำหนักพอรับฟังว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องมีสิทธิขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 และริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน82 - 3420 นครปฐม ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกของกลางทรายซึ่งมีน้ำหนักเกินอัตราไปตามถนนดินแดงแขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยฝ่าฝืนกฎหมาย คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้หรือไม่ เห็นว่า นอกจากผู้ร้องจะมีใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์เอกสารหมาย ร.2 เป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 82 - 3420 นครปฐม ของกลางแล้ว ยังได้ความจากร้อยตำรวจตรีหม่อมหลวงดนัยพร จรูญโรจน์ พนักงานสอบสวนว่า เมื่อจับกุมจำเลยได้แล้วพยานได้เปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดฐานไม่นำใบอนุญาตขับขี่ติดตัวในขณะขับรถและฐานนำรถยนต์ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรงมาใช้แล่นในทาง ส่วนความผิดฐานขับรถยนต์บรรทุกซึ่งมีน้ำหนักเกินอัตราจำเลยให้การรับสารภาพอ้างว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรถได้กำชับมิให้จำเลยบรรทุกทรายหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแต่จำเลยลักลอบขนทรายขึ้นบรรทุกเองโดยผู้ร้องไม่รู้เห็น ทั้งนี้ เพื่อนำทรายส่วนที่เกินไปขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว พยานได้บันทึกถ้อยคำของจำเลยไว้ตามเอกสารหมาย จ.2ซึ่งเป็นคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนในทันทีทันใดภายหลังเกิดเหตุ โดยไม่ทันมีเวลาคิดไตร่ตรองหาลู่ทางบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ผิดไป คำให้การรับสารภาพดังกล่าวจึงมีน้ำหนักน่ารับฟัง ดังนั้น แม้ข้ออ้างของผู้ร้องว่าให้นายสนั่นโง้วสุวรรณ์ เช่ารถไปรับจ้างบรรทุกสิ่งของจะมีน้ำหนักน้อยไม่น่าเชื่อถือดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ตาม แต่ถ้อยคำของจำเลยที่ให้การว่า จำเลยลักลอบขนทรายบรรทุกไว้บนรถโดยพลการก็มีน้ำหนักพอให้รับฟังว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยผู้ร้องมีสิทธิขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5623/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาง วิมล ดาราพาณิชย์ ผู้ร้อง นาย สันต์ นาคทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้ร้อง - นาง วิมล ดาราพาณิชย์ · จำเลย - นาย สันต์ นาคทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 651/2507ฎีกา 1149/2536ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ