⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1514/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เบี้ยปรับที่กำหนดไว้ล่วงหน้าไม่ถือเป็นค่าเสียหายที่เด็ดขาด เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมหากเบี้ยปรับน้อยเกินไป และศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงได้หากเห็นว่าสูงเกินส่วน.

ย่อคำพิพากษา

แม้เบี้ยปรับจะเป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแต่ก็มิใช่ถือเป็นการกำหนดค่าเสียหายที่เด็ดขาด เพราะหากเจ้าหนี้เห็นว่าเบี้ยปรับที่กำหนดไว้น้อยเกินไปก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 ขณะเดียวกันถ้าเป็นกรณีเรียกค่าเสียหายเป็นเบี้ยปรับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ก็ให้อำนาจศาลที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้โดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงทางหนึ่งย่อมได้จากการนำสืบของคู่ความ เมื่อโจทก์นำสืบเพียงว่าการผิดสัญญาของจำเลยที่ไม่ส่งมอบลิฟท์ทำให้ระยะเวลาและแผนงานของโจทก์ที่กำหนดไว้เสียหาย โดยไม่มีรายละเอียดอื่นใดจึงหามีความชัดแจ้งพอกับความเสียหายที่แท้จริงที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิได้รับเบี้ยปรับเต็มตามจำนวนที่ตกลงไว้ในสัญญาไม่ แม้จำเลยจะมิได้ให้การและนำสืบหักล้าง แต่ศาลก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้เป็นจำนวนพอสมควรได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อขายลิฟท์โดยสารจากจำเลยที่ 1 จำนวน 2 ชุดในราคาชุดละ 1,745,000 บาท รวมราคาทั้งสิ้น 3,490,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่าจำเลยที่ 1 ผู้ขายจะส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายแก่โจทก์ผู้ซื้อ ณ ศูนย์ฝึกอบรม สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทบางพูน จังหวัดปทุมธานี ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากโจทก์ให้ไปทำการติดตั้งให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ส่งมอบให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนด โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ริบหลักประกันและเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาทรัพย์สินที่ซื้อขายที่ยังไม่ได้รับมอบ นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดจนถึงวันที่จำเลยที่ 1 นำทรัพย์สินที่ซื้อขายมาติดตั้งและส่งมอบแก่โจทก์จนถูกต้องครบถ้วน มีจำเลยที่ 2 ทำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1ต่อโจทก์เป็นเงินไม่เกิน 174,500 บาท ต่อมาครบกำหนดส่งมอบ แต่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายแก่โจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาแล้วแต่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถปฏิบัติได้ โจทก์จึงแจ้งบอกเลิกสัญญาริบหลักประกันและเรียกค่าปรับจากจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ต้องชำระค่าปรับนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายจนถึงวันบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 678,365.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 656,120บาท และจำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 182,926.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 174,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มิได้ตกลงด้วย จำเลยที่ 2 จึงหลุดพ้นจากความรับผิด โจทก์ไม่เคยทวงถามและแจ้งให้จำเลยที่ 2ทราบถึงค่าเสียหายของโจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าวงเงินค้ำประกันขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 174,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 349,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2541 โดยให้จำเลยที่ 2ร่วมรับผิดชำระเงินจำนวน 174,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ควรกำหนดเบี้ยปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ที่จะต้องชำระแก่โจทก์เป็นจำนวนเท่าใดโจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์เป็นส่วนราชการ การดำเนินงานต่าง ๆ ของโจทก์ย่อมต้องเป็นไปตามแผนงานของทางราชการและกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน การที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาทำให้การเข้าใช้อาคารของโจทก์ซึ่งเป็นอาคารสำหรับใช้ฝึกอบรมพัฒนาบุคคลของโจทก์ล่าช้าไปกว่าที่กำหนดไว้เดิม ส่งผลให้การพัฒนาบุคลากรของโจทก์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โจทก์นำสืบไว้แล้วว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเพราะระยะเวลาและแผนงานไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ย่อมชัดแจ้งพอกับความเสียหายที่แท้จริงที่โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยปรับจากจำเลยที่ 1 ตามจำนวนที่ตกลงกันในสัญญา ทั้งจำเลยที่ 1 มิได้ให้การต่อสู้หรือนำสืบหักล้าง เมื่อโจทก์มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาโจทก์จึงไม่ต้องนำสืบในเรื่องค่าเสียหาย ฝ่ายจำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาว่า เหตุผิดสัญญาสืบเนื่องจากการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นในประเทศไทยอย่างรุนแรง ทำให้จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบการค้าที่เกี่ยวพันกับต่างประเทศและสถาบันการเงินภายในประเทศต้องได้รับผลกระทบเห็นว่า แม้เบี้ยปรับจะเป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแต่ก็มิใช่ถือเป็นการกำหนดค่าเสียหายที่เด็ดขาด เพราะหากเจ้าหนี้เห็นว่าเบี้ยปรับที่กำหนดไว้น้อยเกินไปก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 ขณะเดียวกันถ้าเป็นกรณีเรียกค่าเสียหายเป็นเบี้ยปรับมาตรา 383 ก็ให้อำนาจศาลที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงทางหนึ่งย่อมได้จากการนำสืบของคู่ความ เมื่อโจทก์นำสืบเพียงว่าการผิดสัญญาของจำเลยที่ 1 ทำให้ระยะเวลาและแผนงานที่กำหนดไว้เสียหาย โดยไม่มีรายละเอียดอื่นใด ย่อมหาได้ชัดแจ้งพอกับความเสียหายที่แท้จริงที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิได้รับเบี้ยปรับเต็มตามจำนวนที่ได้ตกลงไว้ในสัญญาไม่ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ให้การและนำสืบหักล้าง แต่ศาลก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้เป็นจำนวนพอสมควรได้ คดีนี้สัญญาซื้อขายลิฟท์โดยสารพร้อมติดตั้งตกลงราคากันไว้ที่ 3,490,000 บาท เมื่อพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้แล้วที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยที่ 1 ชำระเบี้ยปรับแก่โจทก์เป็นเงิน 349,000 บาท ซึ่งเท่ากับอัตราร้อยละ 10 ของราคาสินค้า จึงเหมาะสมแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2546 สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท โจทก์ บริษัท เอ็กซ์เพอร์ที่ เทคนิคอล อีควิปเม้นท์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท · จำเลย - บริษัท เอ็กซ์เพอร์ที่ เทคนิคอล อีควิปเม้นท์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · วิชัย วิวิตเสวี · สำรวจ อุดมทวี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 1471/2542ฎีกา 2753/2523ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 233/2536ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 131/2489ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ