คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4690/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จะกระทำมิได้ หากจำเลยได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินที่ทำให้ถือว่าไม่เคยถูกลงโทษจำคุกมาก่อน
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยที่ 1 จะให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดตามฟ้อง และศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 รวมทั้งเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จนคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม หากต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาที่เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ. 2539 และถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่เคยถูกลงโทษจำคุกมาก่อนตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็จะเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง กับให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามกฎหมาย
หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องของจำเลยที่ ๑ เป็นการขอให้แก้ไขคำพิพากษาซึ่งได้อ่านแล้วและมิใช่การแก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ ยกคำร้อง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ ๑ ว่า จำเลยที่ ๑ ควรได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ในคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๙๑/๒๕๓๙ ดังกล่าวจำเลยที่ ๑ ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ถูกควบคุมตัวตลอดมาจนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ พ้นโทษในคดีดังกล่าวในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๑ ยกขึ้นฎีกานั้น โจทก์ได้รับสำเนาฎีกาจำเลยที่ ๑ แล้ว ไม่ได้ยื่นคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติได้ตามที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขึ้นมา ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และเป็นการเทิดพระเกียรติในพระบรมเดชานุภาพและเสริมบุญญาบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา จำเลยที่ ๑ ได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และถือว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยถูกลงโทษในคดีความผิดฐานบุกรุกตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๙๑/๒๕๓๙ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จะเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ ไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4690/2546
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายสมชาติหรือเล้ง แซ่เตียว กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสมชาติหรือเล้ง แซ่เตียว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · จิระวรรณ ศิริบุตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายวิบูลย์ ศุภสกุลอาภาพิบูล · ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา