⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 101/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่กระทำความผิดโดยมีระดับเชาวน์ปัญญาที่สามารถรู้ผิดชอบและบังคับตนเองได้ ไม่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นโทษหรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดตาม ป.อ. มาตรา 65 การชดใช้ค่าเสียหายภายหลังมีคำพิพากษาลงโทษ ถือเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษา ไม่ใช่การบรรเทาผลร้าย จึงไม่มีเหตุเพียงพอสำหรับการรอการลงโทษ.

ย่อคำพิพากษา

พฤติการณ์แห่งคดีตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิด และจำเลยสามารถหลบหนีไปโดยว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน แสดงว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยไม่ได้อยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรง จำเลยกระทำความผิดในขณะสามารถรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ จึงไม่เป็นกรณีที่จะได้รับยกเว้นโทษหรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม ป.อ. มาตรา 65 การที่บิดาของจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์จำเลย ก็เป็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินของจำเลยเท่านั้น ส่วนที่จำเลยได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลยตามบันทึกชดใช้ค่าเสียหายนั้น ก็ปรากฏว่าบันทึกดังกล่าวได้ทำขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และให้จำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย การชดใช้ค่าเสียหายจึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาไม่ใช่เป็นการบรรเทาผลร้าย จึงไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 8,610 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคหนึ่ง (ที่ถูก วรรคแรก) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 8,610 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติ ปรากฏว่าผู้เสียหายวางกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะหน้าร้านแล้วหันไปปิดประตู จำเลยหยิบเอากระเป๋าสะพายของผู้เสียหายไปแล้วว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน จำเลยนอนค้างที่บ้านเพื่อนแล้วจำเลยนำเงินไปเล่นเกมและการพนันจนหมด ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ แม้จะรับฟังรายงานกผลการทดสอบทางจิตวิทยาของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามเอกสารท้ายอุทธรณ์หมายเลข 2 ซึ่งได้กระทำภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยน่าจะอยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรงสามารถให้ความช่วยเหลือได้ในระดับฝึกฝนทักษะพื้นฐานในด้านการช่วยเหลือตนเอง แต่จะมีความยากลำบากในการจัดการสอนแบบชั้นเรียน และอาจมีปัญหาในการตัดสินใจ ถูกชักจูงได้ง่าย หลบหลีกภัยหรือปกป้องตนเองไม่เป็น แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่ หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิด และจากพฤติการณ์ที่จำเลยสามารถหลบหนีไปโดยว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน แสดงว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยไม่ได้อยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรง จำเลยกระทำความผิดในขณะสามารถรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ จึงไม่เป็นกรณีที่จะได้รับยกเว้นโทษหรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 ทั้งโทษที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลย 1 ปี นั้น เป็นการลงโทษในอัตราโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจลดโทษให้จำเลยต่ำกว่านี้ได้อีก ที่จำเลยอ้างในฎีกาว่าขณะนี้บิดาของจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์จำเลย ก็เป็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินของจำเลยเท่านั้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,610 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลยตามบันทึกชดใช้ค่าเสียหายเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 3 นั้น ก็ปรากฏว่าบันทึกดังกล่าวได้ทำขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และให้จำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย การชดใช้ค่าเสียหายจึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษา ไม่ใช่เป็นการบรรเทาผลร้าย จึงไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกและไม่รอการลงโทษให้นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2547 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายสมศักดิ์ พลอยคำหรือคำพลอย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายสมศักดิ์ พลอยคำหรือคำพลอย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · องอาจ โรจนสุพจน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1331/2479ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 682/2469ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 490/2542ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2724/2519ฎีกา 5509/2549ฎีกา 1211/2481ฎีกา 3576/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ