⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1880/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1880/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยทราบว่าจะต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเติม แต่ไม่ชำระภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยมาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วน ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ครั้งแรก จำเลยมาศาลและแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยยังไม่ทราบจำนวนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ต้องชำระเพิ่มเติมและจำเลยยังไม่มีเงินพอที่จะชำระ ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปก่อนตามคำขอของจำเลย ครั้นถึงวันนัดจำเลยมาศาลและแถลงว่ายังไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ต้องชำระเพิ่มเติมเนื่องจากไม่มีเงิน ขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามรูปคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงงดการอ่านคำพิพากษาและส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 7 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนี้ คำแถลงของจำเลยทั้งสองครั้ง เป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทราบว่าจะต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเติมจากที่ได้ชำระไปบางส่วนแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในระยะเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 45573 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน (ตลาดใหม่) จังหวัดนครปฐม ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 15 กันยายน 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่า จำเลยมิได้ชำระค่าขึ้นศาลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด โดยแถลงว่าไม่มีเงิน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงมีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยมาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วน ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 จำเลยมาศาลและแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยยังไม่ทราบจำนวนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ต้องชำระเพิ่มเติม และจำเลยยังไม่มีเงินพอที่จะชำระขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปก่อน โดยจำเลยจะนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพิ่มเติมภายใน 15 วัน นับแต่วันดังกล่าว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 วันที่ 17 พฤษภาคม 2544 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 จำเลยมาศาลและแถลงว่ายังไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ต้องชำระเพิ่มเติมเนื่องจากไม่มีเงิน ขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามรูปคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงให้งดการอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ภาค 7 และส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 7 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนี้ คำแถลงของจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 และวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 ดังกล่าวเป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทราบที่จะต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเติมจากที่ได้ชำระไปบางส่วนแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 7 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1880/2547 นางสาวสุภา วัฒโน โจทก์ นางฉอ้อน แสงรักษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสุภา วัฒโน · จำเลย - นางฉอ้อน แสงรักษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · สายันต์ สุรสมภพ · สุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1223/2535ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1700/2518ฎีกา 393/2536ฎีกา 3865/2537ฎีกา 222/2511ฎีกา 959/2535ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1419/2543ฎีกา 7857/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 7560/2543ฎีกา 2159/2530ฎีกา 728/2548ฎีกา 8780/2538ฎีกา 8909/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ