⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2349/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2349/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้และดำเนินคดีแทนลูกหนี้เท่านั้น และการที่ลูกหนี้สิ้นสภาพบุคคลหรือตายในคดีอาญา ไม่ทำให้คดีอาญาระงับไป เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 22 ถึงมาตรา 25 เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์แล้ว กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้โจทก์กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของตน โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ รวมทั้งการดำเนินคดีฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์เท่านั้น และถึงแม้โจทก์สิ้นสภาพบุคคลและเป็นคดีความผิดอันยอมความกันได้ก็ตาม ก็หาได้มีกฎหมายบัญญัติว่าในคดีอาญานั้น เมื่อโจทก์สิ้นสภาพบุคคลหรือตายแล้วให้คดีอาญาระงับไปไม่ คงมีแต่คดีอาญาเลิกกันและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 37 และมาตรา 39 กับคดีเลิกกันตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 7 เท่านั้น คดีนี้เป็นคดีอาญาอยู่ระหว่างรออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นยังอยู่จะนำ ป.วิ.พ. มาตรา 132 (3) มาใช้บังคับมิได้ เมื่อโจทก์มิได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันหรือมีเหตุทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ และจำเลยทั้งสองมิได้นำเงินตามจำนวนในเช็คมาชำระภายในสามสิบวัน นับแต่ได้รับหนังสือจากผู้ทรงว่าธนาคารไม่ใช้เงินตามเช็คหรือมูลหนี้ที่ออกเช็คสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด จำเลยทั้งสองจะขอให้ศาลจำหน่ายคดีหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.37 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.23 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.24 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.25 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (4) ให้ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 60,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้จำคุก 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ต่อมาศาลชั้นต้นหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก่อนถึงวันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคล ถูกระงับการดำเนินกิจการตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2540 ผู้ชำระบัญชีได้ชำระบัญชีเสร็จสิ้นและยื่นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2544 และพิพากษาให้ล้มละลายแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2545 ถือได้ว่าการชำระบัญชีได้เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ก่อนยื่นคำร้อง ขอให้พิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด ถือไม่ได้ว่าบริษัทโจทก์ยังคงตั้งอยู่เพื่อชำระบัญชี บริษัทโจทก์จึงสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2544 ถือว่าโจทก์ไม่มีตัวตน ไม่มีผู้เข้ามาในคดีนี้เพื่อดำเนินคดีแทนโจทก์อีกต่อไป ขอให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ และต่อมาจำเลยทั้งสองขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หลายครั้ง ศาลชั้นต้นจึงส่งคำร้องให้จำหน่ายคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด หาได้มีกฎหมายบัญญัติว่าคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องไว้เป็นอันระงับไปไม่ และในเรื่องที่ว่าจะต้องมีผู้ดำเนินคดีต่อไปนั้น เมื่อคดีได้ดำเนินมาจนเสร็จการพิจารณาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ได้มีคำพิพากษาแล้วเช่นนี้ ย่อมสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ต่อได้ไม่มีเหตุจะจำหน่ายคดี ให้ยกคำร้อง และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายขณะที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ถือว่ามีเหตุขัดข้องในการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จึงต้องจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า บริษัทโจทก์ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดย่อมมีผลเท่ากับเป็นการตายไปโดยผลของกฎหมาย โจทก์ไม่มีตัวตนไม่มีผู้เข้ามาดำเนินคดีแทนโจทก์ และหากจำเลยทั้งสองฎีกา จำเลยทั้งสองจะนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่ผู้ใดนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 ถึงมาตรา 25 เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์แล้ว กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้โจทก์กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของตน โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ รวมทั้งการดำเนินคดีฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์เท่านั้น และถึงแม้โจทก์สิ้นสภาพบุคคลและเป็นคดีความผิดอันยอมความกันได้ก็ตาม ก็หาได้มีกฎหมายบัญญัติว่าในคดีอาญานั้น เมื่อโจทก์สิ้นสภาพบุคคลหรือตายแล้วให้คดีอาญาระงับไปไม่ คงมีแต่คดีอาญาเลิกกันและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 และมาตรา 39 กับคดีเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7 เท่านั้น คดีนี้เป็นคดีอาญาอยู่ระหว่างรออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นยังอยู่จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) มาใช้บังคับมิได้ เมื่อโจทก์มิได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันหรือมีเหตุทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ และจำเลยทั้งสองมิได้นำเงินตามจำนวนในเช็คมาชำระภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับหนังสือจากผู้ทรงว่าธนาคารไม่ใช้เงินตามเช็ค หรือมูลหนี้ที่ออกเช็คสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด จำเลยทั้งสองจะขอให้ศาลจำหน่ายคดีหาได้ไม่ สำหรับปัญหาการส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ กรณีที่โจทก์ไม่มีตัวตนหรือไม่มีผู้เข้ามาดำเนินคดีแทนนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 201 ประกอบมาตรา 216 ก็ได้บัญญัติแนวทางปฏิบัติไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องและให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2349/2547 บริษัทเงินทุน ซี จี เอ็น จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดกำจรกิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุน ซี จี เอ็น จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดกำจรกิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุติมา จงสงวน · ปัญญา ถนอมรอด · วรนาถ ภูมิถาวร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 6025/2538ฎีกา 578/2550ฎีกา 2018/2548ฎีกา 591/2540ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 374/2534ฎีกา 1124/2496ฎีกา 8366/2557ฎีกา 4851/2545ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1636/2534ฎีกา 1499/2531ฎีกา 92/2531ฎีกา 235/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 581/2502ฎีกา 70/2489ฎีกา 7966/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ