⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3901/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3901/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตามคำร้องของผู้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ และไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคำสั่งดังกล่าว คำสั่งนั้นย่อมเป็นที่สุด และศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับแรกของโจทก์ร่วม เพราะเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ โดยอ้างเหตุว่ากำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการขอให้อัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เป็นคำร้องขอขยายระยะเวลาในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้วินิจฉัยว่าเหตุการณ์ตามคำร้องดังกล่าวมีพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาที่ในการยื่นอุทธรณ์ได้ และได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ออกไปตามคำร้องของโจทก์ร่วม ซึ่งเป็นการปฏิบัติไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจศาลชั้นต้นในการดำเนินการอนุญาตเช่นนั้นได้ เมื่อไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นในปัญหาดังกล่าว ประเด็นปัญหาดังกล่าวจึงต้องยุติไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่มีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยโดยลำพังได้ ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมจึงเป็นอุทธรณ์ที่ยื่นภายในกำหนดระยะเวลา ชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะต้องรับไว้วินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายอาญา ม.390 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายสุทิน เจียมจิตศิริพงษ์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมชอบหรือไม่ ในปัญหานี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2542 ครบกำหนดระยะเวลาที่โจทก์ร่วมจะยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม 2542 ต่อมาในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 โจทก์ร่วมได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับแรก แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เพราะเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต่อมาในวันที่ 1 ธันวาคม 2542 โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่า กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการขอให้อัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ โดยให้ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2542 และเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 โจทก์ร่วมได้ยื่นคำร้องขอให้อัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งรองอัยการสูงสุดรักษาราชการแทนอัยการสูงสุดได้รับรองให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2542 โจทก์ร่วมได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542 อันเป็นระยะเวลาภายในกำหนดที่ขอขยาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะสั่งให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมจึงเป็นอุทธรณ์ที่ยื่นเกินกำหนด โจทก์ร่วมย่อมไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้นั้น เห็นว่า คำร้องขอขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมดังกล่าวนั้น เป็นคำร้องขอขยายระยะเวลาในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้วินิจฉัยว่า เหตุการณ์ตามคำร้องของโจทก์ร่วมมีพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ได้ และได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ออกไปตามคำร้องของโจทก์ร่วม ซึ่งเป็นการปฏิบัติไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจศาลชั้นต้นในการดำเนินการอนุญาตเช่นนั้นได้ เมื่อไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นในปัญหาดังกล่าว ประเด็นปัญหาดังกล่าวจึงต้องยุติไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ทั้งปัญหาดังกล่าวนั้นไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่มีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยโดยลำพังได้ ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมจึงเป็นอุทธรณ์ที่ยื่นภายในกำหนดระยะเวลา ชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะต้องรับไว้วินิจฉัยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมมานั้นจึงไม่ชอบ ฎีกาโจทก์ร่วมฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่ต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3901/2547 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายสุทิน เจียมจิตศิริพงษ์ โจทก์ร่วม นายบุญชอบ พันธุ์เพ็ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา · โจทก์ร่วม - นายสุทิน เจียมจิตศิริพงษ์ · จำเลย - นายบุญชอบ พันธุ์เพ็ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลรัตน์ ประทุมทาน · สุรพล เจียมจูไร · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 3192/2532ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1166/2491ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ