⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4042/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4042/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกรายงานการสืบเสาะฯ มาประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลย ไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้อง การปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์และใช้เอกสารราชการปลอม ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะและเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี จึงไม่มีเหตุอันควรให้รอการลงโทษแก่จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้หยิบยกเอาข้อเท็จจริงที่ได้มาจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยทราบแล้วไม่ได้โต้เถียงหรือคัดค้านมากล่าวในคำพิพากษาประกอบการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการร้ายแรงหรือไม่เพียงใดเพื่อที่จะได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าสมควรจะลงโทษหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลย มิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้องแต่อย่างใด จำเลยปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ ซึ่งเป็นเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นความเสียหายโดยตรงในทางสาธารณะ ทั้งเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีรถยนต์ให้แก่รัฐตามกฎหมายอีกด้วย พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ลำพังแต่จำเลยมีภาระต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว ซึ่งเป็นเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี พ.ศ.2544 อันเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง โดยแก้ไขข้อความที่ช่องเลขทะเบียน ซึ่งพิมพ์ข้อความว่า "บจ-6763" ด้วยการเขียนข้อความใหม่ทับข้อความเดิมเป็น "น-5682 อท" และแก้ไขข้อความในช่องวันสิ้นอายุซึ่งพิมพ์ข้อความว่า "22 พ.ค." ด้วยการเขียนข้อความใหม่ทับข้อความเดิมเป็นว่า "22 พ.ย." เพื่อแสดงว่าแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 ดังกล่าวออกให้แก่รถยนต์ทะเบียน น-5682 อท มีวันสิ้นอายุในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 ทั้งนี้ ได้กระทำเพื่อให้ร้อยตำรวจโทมนตรี จิตรสิริบูรณ์ เจ้าพนักงานตำรวจและบุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง และจำเลยนำแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 อันเป็นเอกสารราชการปลอมไปใช้แสดงต่อร้อยตำรวจโทมนตรี เพื่อแสดงว่าแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 ดังกล่าวออกให้แก่รถยนต์ทะเบียน น-5682 อท มีวันสิ้นอายุในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 โดยประกาศที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจโทมนตรี นายทะเบียนขนส่งจังหวัดนนทบุรี กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 33, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265) จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารจึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 หยิบยกข้อเท็จจริงว่าจำเลยทราบมาก่อนแล้วว่ารถยนต์คันที่จำเลยขับในขณะเกิดเหตุมิได้เสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2541 แต่ยังขืนนำออกใช้ เป็นเหตุให้ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลย แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์มิได้บรรยายฟ้อง จึงเป็นการนำข้อเท็จจริงนอกฟ้องมาลงโทษในทางที่เป็นผลร้ายแก่จำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้หยิบยกเอาข้อเท็จจริงที่ได้มาจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยทราบแล้วไม่ได้โต้เถียงหรือคัดค้านมากล่าวในคำพิพากษาประกอบการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการร้ายแรงหรือไม่ เพียงใด เพื่อที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 จะได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าสมควรจะลงโทษหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลย จึงมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้องแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงขอให้ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ซึ่งเป็นเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นความเสียหายโดยตรงในทางสาธารณะ ทั้งเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีรถยนต์ให้แก่รัฐตามกฎหมายอีกด้วย พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ลำพังแต่จำเลยมีภาระต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวซึ่งเป็นเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4042/2547 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายจำลอง ศุภรังค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายจำลอง ศุภรังค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 1891/2500ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5598/2540ฎีกา 20/2491ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ