⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4264/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4264/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจจัดการแทนห้างหุ้นส่วนสามัญ และหุ้นส่วนทุกคนมีสิทธิฟ้องคดีแทนห้างหุ้นส่วนได้ แต่ต้องเป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์ของหุ้นส่วนทุกคน หากหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งฟ้องเรียกหนี้สินของห้างหุ้นส่วนสามัญเฉพาะส่วนของตนเองโดยลำพัง จะไม่มีสิทธิฟ้องร้องได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และ ส. ตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนทำกิจการบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ แม้ในการทำสัญญาขายที่ดินพร้อมอาคารแก่จำเลย จะได้มอบอำนาจให้ ว. เป็นผู้มีอำนาจจัดการแทน อันมีผลทำให้โจทก์และ ส. ผูกพันตามสัญญาที่ ว. ทำไว้กับจำเลย ซึ่งโจทก์หรือ ส. ผู้เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิฟ้องจำเลยได้โดยลำพังก็ตาม แต่การฟ้องคดีก็จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เมื่อโจทก์และ ส. ยังเป็นหุ้นส่วนกันอยู่ การที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้เฉพาะส่วนของตนกึ่งหนึ่ง จึงเป็นการฟ้องเรียกหนี้สินของห้างหุ้นส่วนสามัญในฐานะส่วนตัว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1033

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์และนายสามารถตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินแปลงใหญ่โฉนดตราจองเลขที่ 4322 เพื่อจัดสรรพร้อมก่อสร้างบ้านและอาคารพาณิชย์ขาย จำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 13967 ซึ่งแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่พร้อมอาคารพาณิชย์ขนาด 3 ชั้นครึ่ง จำนวน 2 ห้อง จากโจทก์และนายสามารถในราคารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,880,000 บาท โดยตกลงโอนกรรมสิทธิ์เมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ในวันดังกล่าวจำเลยวางเงินมัดจำไว้ 80,000 บาท ตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย หลังจากนั้นโจทก์และนายสามารถโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารพาณิชย์ให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยชำระราคาเพียง 400,000 บาท คงค้างชำระเงิน 2,400,000 บาท เมื่อโจทก์และนายสามารถตกลงเข้าหุ้นกันทำบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ แม้ในการทำสัญญาโจทก์และนายสามารถจะมอบอำนาจให้นายวัลลภเป็นผู้มีอำนาจทำสัญญาขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์แก่จำเลย ตามหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาวางมัดจำ อันมีผลทำให้โจทก์และนายสามารถต้องผูกพันตามสัญญาที่ทำไว้กับจำเลย ซึ่งโจทก์หรือนายสามารถผู้เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิฟ้องจำเลยได้โดยลำพังก็ตาม แต่การฟ้องคดีก็ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เมื่อโจทก์เบิกความยอมรับว่าหนี้ตามฟ้องโจทก์และนายสามารถยังเป็นหุ้นส่วนกันอยู่ การที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้เฉพาะส่วนของตนกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 1,200,000 บาท จึงเป็นการฟ้องเรียกหนี้สินของห้างหุ้นส่วนสามัญในฐานะส่วนตัว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4264/2547 นายพีรวัฒน์ ลู่สุวรรณเลิศ โจทก์ นายสมมาตร พงษ์สุพต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพีรวัฒน์ ลู่สุวรรณเลิศ · จำเลย - นายสมมาตร พงษ์สุพต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · สายันต์ สุรสมภพ · มานะ ศุภวิริยกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายสมเกียรติ อุงจิตต์ตระกูล · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายลาชิต ไชยอนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1632/2552ฎีกา 5897/2531ฎีกา 1771/2499ฎีกา 3850/2526ฎีกา 259/2526ฎีกา 4511-4512/2528ฎีกา 830/2534ฎีกา 68/2487ฎีกา 482/2518ฎีกา 36/2521ฎีกา 2510/2516ฎีกา 506-507/2518ฎีกา 775/2516ฎีกา 2539-2540/2529ฎีกา 530/2505ฎีกา 3199/2543ฎีกา 407-408/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา