คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5897/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียน จะฟ้องบุคคลภายนอกโดยอ้างสิทธิในกิจการซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนมิได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียน จะฟ้องบุคคลภายนอกโดยอ้างสิทธิในกิจการซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนมิได้
โจทก์และ ส. กับพวกนำเงินไปเปิดบัญชีไว้ที่ธนาคารเพื่อดำเนินกิจการร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ส.เอาเงินของห้างหุ้นส่วนจ่ายให้จำเลยเพื่อแลกเช็คพิพาทจากจำเลย แล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ดังนี้ แม้การรับแลกเช็คนั้นจะเป็นกิจการของห้างหุ้นส่วน แต่เมื่อไม่ปรากฏชื่อของโจทก์ในกิจการนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ร่วมกับหุ้นส่วนของโจทก์นำเงินมาลงทุนร่วมกันเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารเพื่อดำเนินกิจการ และรับผลประโยชน์ร่วมกันจำเลยได้นำเช็ค ๒ ฉบับ เป็นเงิน ๕๗,๐๐๐ บาท มาแลกเงินสดจากโจทก์และหุ้นส่วนของโจทก์ และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๖๐,๙๒๑ บาท ให้จำเลยเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ของต้นเงิน ๕๗,๐๐๐ บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๖๐,๙๒๑ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน ๕๗,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีข้อที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในข้อที่ว่าจำเลยนำเช็คมาแลกเงินสดจากนายสงวนนั้นเป็นการแลกเงินจากห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์และคนอื่น ๆ กับนายสงวนหรือไม่ โจทก์มีนายอาทิตย์ ปาละสุวรรณ ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์เบิกความว่า นายสงวนได้เอาเงินจากบัญชีที่เปิดไว้ร่วมกันแลกเช็คจากจำเลยนายสงวนกับโจทก์และคนอื่น ๆ ได้นำเงินมาร่วมกันไปเปิดบัญชีดังกล่าวเพื่อทำกิจการร่วมกัน แม้โจทก์มีพยานเพียงปากเดียวและมิได้นำบัญชีเงินฝากที่อ้างว่าได้ร่วมกันเปิดบัญชีไว้มาแสดงดังที่จำเลยฎีกา แต่เมื่อจำเลยนัดยื่นคำให้การขาดนัดพิจารณา และไม่ได้สืบพยานอย่างใดก็ย่อมฟังได้ตามนั้น ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๓๓ บัญญัติว่า ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนมิได้ตกลงกันไว้ในกระบวนจัดการห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมจัดการห้างหุ้นส่วนนั้นได้ทุกคน ฉะนั้น การที่นายสงวนเอาเงินของห้างหุ้นส่วนจ่ายให้จำเลยเพื่อออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับจากจำเลยจึงเป็นการรับแลกเช็คในกิจการของห้างหุ้นส่วน แต่อย่างไรก็ตามในปัญหาที่ว่าหุ้นส่วนคนอื่น ๆ จะมีอำนาจฟ้องร้องบุคคลภายนอกได้เพียงใดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๔๙ บัญญัติว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนจะถือเอาสิทธิใด ๆ แก่บุคคลภายนอกในกิจการค้าขายซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนนั้นหาได้ไม่ ฉะนั้น เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏชื่อของโจทก์ในกิจการนี้แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยตามบทบัญญัติของกฎหมายมาตราดังกล่าวข้างต้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5897/2531
นายศักดิ์ชัย ตันติคมน์ โจทก์
นายศักดา ประสงค์ชัยกุล ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศักดิ์ชัย ตันติคมน์ · ล. - นายศักดา ประสงค์ชัยกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิเวศน์ คำผอง · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประชา บุญวนิช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา