⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4292/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำคุกและปรับให้จำเลยลดลงกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษา และรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ถือเป็นการไม่เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยให้จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 4 กระทง จำคุก 8 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุกกระทงละ 1 เดือน และปรับกระทงละ 2,000 บาท รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน ปรับ 8,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าว คดีนี้จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 การที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเท่ากับว่าเป็นการฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลยและไม่รอการลงโทษ ฎีกาของโจทก์จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลว่าสมควรลงโทษจำเลยเพียงใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 4 กระทง รวมจำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 เดือน พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลได้ให้โอกาสจำเลยบรรเทาผลร้ายแก่โจทก์ตามที่โจทก์และจำเลยตกลงกัน แต่จำเลยชำระเงินให้โจทก์เพียง 35,000 บาท และผิดเงื่อนไขจนโจทก์ต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณา แม้จำเลยจะนำเงินมาวางศาลอีก 50,000 บาท แต่ก็นำเงินมาวางศาลหลังจากที่ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาแล้ว พฤติการณ์ของจำเลยแสดงว่าจำเลยไม่ขวนขวายชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามเงื่อนไขที่ได้เจรจาตกลงกัน โทษจำคุกจึงไม่รอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 เดือน จำนวน 4 กระทง รวมลงโทษจำคุก 8 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยมีกำหนด 4 เดือน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุกจำเลยมีกำหนดกระทงละ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท จำนวน 4 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าว คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 การที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลแขวงนครปฐมจึงเท่ากับว่าเป็นการฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลยและไม่รอการลงโทษ ฎีกาของโจทก์จึงเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจของศาลว่าสมควรลงโทษจำเลยเพียงใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายข้างต้น ศาลชั้นต้นรับฎีกาฉบับนี้มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2547 นายชัยยศ จิวะวุฒิ โจทก์ นางสาวพัชรา ลิ้มประเสริฐยิ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชัยยศ จิวะวุฒิ · จำเลย - นางสาวพัชรา ลิ้มประเสริฐยิ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · ประชา ประสงค์จรรยา · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 700/2506ฎีกา 3805/2528ฎีกา 2875/2547ฎีกา 3863/2525ฎีกา 101/2482ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1533/2530ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 483/2520ฎีกา 452/2532ฎีกา 193/2495ฎีกา 2803/2535ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2816/2531ฎีกา 191/2520ฎีกา 686/2523ฎีกา 1172/2513ฎีกา 765/2502ฎีกา 922/2485ฎีกา 767/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ