⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7483/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7483/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องสอดเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ เป็นการร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) และสามารถใช้สิทธิเสมือนว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตามมาตรา 58 ได้ แม้คดีเดิมจะถูกจำหน่ายคดีออกไปแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้ครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านผู้คัดค้านที่ 1 และขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ แม้ตามคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 จะใช้ข้อความว่า ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยรับความยินยอมของโจทก์ (ผู้ร้อง) นั้น ก็เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านที่ 2 ร้องสอดใช้สิทธิของตนเองเพื่อโต้แย้งกับผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นการร้องขอเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) มิใช่มาตรา 57 (2) จึงสามารถใช้สิทธิเสมือนว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตามมาตรา 58 แม้ต่อมาผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จะได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องและคำคัดค้านและศาลจะได้สั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จากสารบบความก็คงมีผลเฉพาะคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีคำร้องและคำคัดค้านเดิมตามลำดับที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเท่านั้น หามีผลให้คำร้องขอของผู้คัดค้านที่ 2 ตกไปด้วยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เด็กหญิง ว. ผู้เยาว์เป็นบุตรของนาย ป. กับนาง อ. เมื่อนาง อ. ถึงแก่ความตาย ผู้ร้องได้จดทะเบียนสมรสกับนาย ป. ต่อมา นาย ป. ถึงแก่ความตาย ผู้เยาว์จึงไม่มีผู้ปกครอง ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกันกับมารดาของผู้เยาว์ ขอให้ยกคำร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องขอว่าเป็นย่าของผู้เยาว์จึงมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีโดยร้องสอดเข้าเป็นผู้ร้องร่วมกับผู้ร้อง โดยได้รับความยินยอมของผู้ร้องและคัดค้านการที่ผู้คัดค้านที่ 1 ขอเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์โดยขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้านที่ 2 ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอ และผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีคำร้องและคำคัดค้าน อันเป็นข้อพิพาทที่ผู้คัดค้านที่ 2 จะต้องคัดค้านอีกต่อไป ให้จำหน่ายคดีของผู้คัดค้านที่ 2 จากสารบบความ ผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ว่า การที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งจำหน่ายคดีของผู้คัดค้านที่ 2 ว่าเป็นการชอบหรือไม่ คดีนี้สืบเนื่องมาจากผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้ปกครองเด็กหญิง ว. ผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 1 ได้ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ แม้ตามคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ที่ขอให้ศาลสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์นั้นจะใช้ข้อความว่า ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยได้รับความยินยอมของโจทก์ (ผู้ร้อง) นั้นก็เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านที่ 2 ร้องสอดใช้สิทธิของตนเองเพื่อโต้แย้งกับผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นการร้องขอเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) มิใช่มาตรา 57 (2) จึงสามารถใช้สิทธิเสมือนว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตามมาตรา 58 แม้ต่อมาผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จะขอถอนคำร้องขอและคำคัดค้าน และศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จากสารบบความก็คงมีผลเฉพาะคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีคำร้องและคำคัดค้านเดิมตามลำดับที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเท่านั้น หามีผลทำให้คำร้องขอของผู้คัดค้านที่ 2 ตกไปด้วยไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งว่าจำหน่ายคดีของผู้คัดค้านที่ 2 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ฟังขึ้น เมื่อศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 มาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลล่างทั้งสองพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ ซึ่งคดีนี้ได้ความจากคำเบิกความของนางอำพรผู้รับมอบอำนาจผู้คัดค้านที่ 2 ว่า เด็กหญิง ว. ผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ป. และนาง อ. ตามสูติบัตรเอกสารหมาย ร.ค.5 นาย ป. และนาง อ. บิดามารดาของผู้เยาว์ได้ถึงแก่ความตายแล้วตามมรณบัตรเอกสารหมาย ร.ค.6 และ ร.ค.7 ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นย่าของเด็กหญิง ว. มีความประสงค์ที่จะเป็นผู้ปกครองดูแลผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ผู้เสมือนไร้ความสามารถหรือบุคคลล้มละลาย และไม่มีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้เยาว์หรือไม่เคยมีคดีในศาลกับผู้เยาว์ ผู้บุพการีของผู้เยาว์ และบิดาผู้เยาว์ที่ตายไม่ได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามไว้มิให้เป็นผู้ปกครอง และได้ความจากคำเบิกความของผู้เยาว์ว่าประสงค์จะอยู่กับผู้คัดค้านที่ 2 เห็นว่า ผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดา ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นย่าของผู้เยาว์และไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองแต่อย่างใด จึงเห็นสมควรตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองเด็กหญิง ว." พิพากษากลับว่า ให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองเด็กหญิง ว. ผู้เยาว์ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7483/2547 นางศิริประกาย ผัดเป้า ผู้ร้อง นางอำพรรณ ตะนันกลาง กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางศิริประกาย ผัดเป้า · ผู้คัดค้าน - นางอำพรรณ ตะนันกลาง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · อมร วีรวงศ์ · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 388-389/2511ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 943/2513ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2585/2525ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 851/2551ฎีกา 602/2488ฎีกา 4092/2543ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 247/2501ฎีกา 4470/2543ฎีกา 679/2506ฎีกา 6343/2551ฎีกา 2962/2543ฎีกา 573/2500ฎีกา 249/2503ฎีกา 4355/2548ฎีกา 3077/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ