คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7934/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การเพิ่มโทษตาม ป.อ. มาตรา 92 จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้กระทำความผิดเคยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษเท่านั้น หากศาลเคยให้รอการลงโทษจำคุก จะไม่มีวันพ้นโทษที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้
* แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด แต่เป็นสิ่งที่ศาลต้องสั่งให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 75
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่จะถูกเพิ่มโทษได้ตาม ป.อ. มาตรา 92 จะต้องเป็นผู้ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ ซึ่งวันพ้นโทษ คือวันพ้นโทษจำคุกในคดีก่อน ดังนั้น เมื่อคดีก่อนศาลลงโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จึงไม่มีวันพ้นโทษที่จะถือเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้ แม้จำเลยจะกระทำความผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปี นับแต่วันครบกำหนดรอการลงโทษ ก็เพิ่มโทษมิได้
แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ซึ่งมีผู้ทำซ้ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางดังกล่าวหาใช่สิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานขาย เสนอขายงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสอง ไม่ แต่ของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ศาลต้องสั่งให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 75
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 28, 31, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ให้ซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางจำนวน 2 แผ่น ที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2441/2542 ของศาลจังหวัดธัญบุรี
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำคุก 3 เดือน และปรับ 60,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลย 4 เดือน และปรับ 80,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 40,000 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด โดยเป็นของบุคคลอื่นทำขึ้นเพื่อการอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และจำเลยได้นำมาเสนอขายเพื่อการค้าหากำไร จึงไม่ควรตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงให้ริบเสีย และให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลย คือ กรณีมีเหตุสมควรที่จะงดหรือลดโทษปรับให้แก่จำเลยหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้จำเลยอุทธรณ์ในทำนองว่าแผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางมีจำนวนเพียง 2 แผ่น จำเลยกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และมีภาระต้องเลี้ยงดูมารดาซึ่งชราภาพ เห็นว่า เหตุดังกล่าวไม่ใช่เหตุผลที่จำเลยอาจยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้งดโทษปรับได้ ทั้งตามสภาพความผิดของจำเลยก็ไม่มีเหตุสมควรที่จะงดโทษปรับให้ อุทธรณ์ของจำเลยในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่า จำเลยมีแผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เพื่อขายและเสนอขายเพียง 2 แผ่น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดโทษจำเลยให้ปรับ 60,000 บาท จึงหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขกำหนดโทษปรับดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่ความผิดของจำเลย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน นอกจากนี้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ร้ายแรงนัก ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางใช้ดุลพินิจลงโทษปรับจำเลยแล้วยังลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือนอีกสถานหนึ่งด้วยนั้น นับว่าหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขการกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมกับความผิดของจำเลย โดยให้ลงโทษปรับจำเลยเพียงสถานเดียว
อนึ่ง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ด้วยนั้น เห็นว่า ผู้ที่จะถูกเพิ่มโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จะต้องเป็นผู้ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษซึ่งวันพ้นโทษก็คือ วันพ้นโทษจำคุกในคดีก่อนนั่นเอง ดังนั้น เมื่อคดีก่อนศาลลงโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จึงไม่มีวันพ้นโทษที่จะถือเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้ แม้จำเลยจะมากระทำความผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปี นับแต่วันครบกำหนดรอการลงโทษก็ตามก็เพิ่มโทษมิได้ ส่วนที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ริบแผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางนั้น เห็นว่า แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 จำนวน 2 แผ่น ซึ่งมีผู้ทำซ้ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางดังกล่าวหาใช่สิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานขายเสนอขายงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสองไม่ แต่ของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ศาลต้องสั่งให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้อง"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยปรับ 50,000 บาท เพียงสถานเดียว เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 25,000 บาท ยกคำขอเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ให้ซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางจำนวน 2 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7934/2547
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายอภิรักษ์ ประเสริฐวานิช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายอภิรักษ์ ประเสริฐวานิช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดมศักดิ์ นิติมนตรี · กำพล ภู่สุดแสวง · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ