⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7934/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7934/2547

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4, 6, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 56 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การเพิ่มโทษตาม ป.อ. มาตรา 92 จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้กระทำความผิดเคยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษเท่านั้น หากศาลเคยให้รอการลงโทษจำคุก จะไม่มีวันพ้นโทษที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้ * แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด แต่เป็นสิ่งที่ศาลต้องสั่งให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 75

ย่อคำพิพากษา

ผู้ที่จะถูกเพิ่มโทษได้ตาม ป.อ. มาตรา 92 จะต้องเป็นผู้ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ ซึ่งวันพ้นโทษ คือวันพ้นโทษจำคุกในคดีก่อน ดังนั้น เมื่อคดีก่อนศาลลงโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จึงไม่มีวันพ้นโทษที่จะถือเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้ แม้จำเลยจะกระทำความผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปี นับแต่วันครบกำหนดรอการลงโทษ ก็เพิ่มโทษมิได้ แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ซึ่งมีผู้ทำซ้ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางดังกล่าวหาใช่สิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานขาย เสนอขายงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสอง ไม่ แต่ของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ศาลต้องสั่งให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 75

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.6 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.8 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.15 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.28 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.75 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.76

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 28, 31, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ให้ซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางจำนวน 2 แผ่น ที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2441/2542 ของศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำคุก 3 เดือน และปรับ 60,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลย 4 เดือน และปรับ 80,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 40,000 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด โดยเป็นของบุคคลอื่นทำขึ้นเพื่อการอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และจำเลยได้นำมาเสนอขายเพื่อการค้าหากำไร จึงไม่ควรตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงให้ริบเสีย และให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลย คือ กรณีมีเหตุสมควรที่จะงดหรือลดโทษปรับให้แก่จำเลยหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้จำเลยอุทธรณ์ในทำนองว่าแผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางมีจำนวนเพียง 2 แผ่น จำเลยกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และมีภาระต้องเลี้ยงดูมารดาซึ่งชราภาพ เห็นว่า เหตุดังกล่าวไม่ใช่เหตุผลที่จำเลยอาจยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้งดโทษปรับได้ ทั้งตามสภาพความผิดของจำเลยก็ไม่มีเหตุสมควรที่จะงดโทษปรับให้ อุทธรณ์ของจำเลยในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่า จำเลยมีแผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เพื่อขายและเสนอขายเพียง 2 แผ่น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดโทษจำเลยให้ปรับ 60,000 บาท จึงหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขกำหนดโทษปรับดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่ความผิดของจำเลย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน นอกจากนี้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ร้ายแรงนัก ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางใช้ดุลพินิจลงโทษปรับจำเลยแล้วยังลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือนอีกสถานหนึ่งด้วยนั้น นับว่าหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขการกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมกับความผิดของจำเลย โดยให้ลงโทษปรับจำเลยเพียงสถานเดียว อนึ่ง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ด้วยนั้น เห็นว่า ผู้ที่จะถูกเพิ่มโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จะต้องเป็นผู้ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษซึ่งวันพ้นโทษก็คือ วันพ้นโทษจำคุกในคดีก่อนนั่นเอง ดังนั้น เมื่อคดีก่อนศาลลงโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จึงไม่มีวันพ้นโทษที่จะถือเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้ แม้จำเลยจะมากระทำความผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปี นับแต่วันครบกำหนดรอการลงโทษก็ตามก็เพิ่มโทษมิได้ ส่วนที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ริบแผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางนั้น เห็นว่า แผ่นซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 จำนวน 2 แผ่น ซึ่งมีผู้ทำซ้ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางดังกล่าวหาใช่สิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานขายเสนอขายงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสองไม่ แต่ของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ศาลต้องสั่งให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยปรับ 50,000 บาท เพียงสถานเดียว เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 25,000 บาท ยกคำขอเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ให้ซีดีรอมประเภทเอ็มพี 3 ของกลางจำนวน 2 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7934/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายอภิรักษ์ ประเสริฐวานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายอภิรักษ์ ประเสริฐวานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดมศักดิ์ นิติมนตรี · กำพล ภู่สุดแสวง · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 1610/2539ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3120/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 20504/2556ฎีกา 4022/2558ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 9647/2557ฎีกา 8080/2538ฎีกา 528/2470ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563ฎีกา 16867/2557ฎีกา 3800/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ