⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9219/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9219/2547

ป.วิ.แพ่ง ม.18, 227, 228 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำคู่ความเพื่อแก้ไขหรือทำใหม่ เป็นคำสั่งชั้นตรวจคำคู่ความ ซึ่งหากคู่ความไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งไม่รับคำคู่ความนั้นได้ แต่คู่ความยังมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำคู่ความดังกล่าวได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ทำมาใหม่ เป็นคำสั่งชั้นตรวจคำคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ตามวรรคสองของมาตรา 18 แต่วรรคท้ายของมาตรา 18 บัญญัติให้อุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227, 228 และ 247 กรณีมิได้ตกอยู่ในบังคับของมาตรา 234 แห่ง ป.วิ.พ. ที่จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แต่อย่างใด เพราะกรณีนี้อยู่ในชั้นตรวจคำคู่ความ การที่จำเลยไม่ทำอุทธรณ์มายื่นใหม่ภายในเวลา 3 วันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 18 วรรคสอง หาทำให้จำเลยหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ทำมาใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 วรรคท้าย ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจนกว่าจะออกไปจากที่ดิน วันที่ 19 สิงหาคม 2545 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งว่าถ้อยคำอุทธรณ์ที่ขีดเส้นใต้มีลักษณะก้าวร้าว ให้คืนอุทธรณ์ไปทำมาใหม่ภายใน 3 วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง วันที่ 26 สิงหาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าธรรมเนียมศาล วันที่ 10 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่จำเลยประกอบอาชีพทนายความอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพิ่งทราบคำสั่งศาลเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วจึงไม่อาจแก้ไขอุทธรณ์ตามคำสั่งศาลได้ ทั้งข้อความในอุทธรณ์ที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะก้าวร้าวนั้นจำเลยหยิบยกมาจากคำพิพากษา มิได้มีเจตนาก้าวร้าวแต่อย่างใด จึงขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับอุทธรณ์ และหากศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรจะมีการแก้ไขตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำเลยก็ยินดีจะแก้ไข ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง เพราะยื่นเมื่อล่วงพ้น 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 วันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2545 ที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีของจำเลยเข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 มิใช่ตามมาตรา 228 (3) จึงไม่รับอุทธรณ์ วันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งให้คืนฟ้องอุทธรณ์ซึ่งสั่งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้จำเลยผู้อุทธรณ์ทำมาใหม่แล้วยื่นต่อศาลภายใน 3 วัน นับแต่วันมีคำสั่งเป็นคำสั่งตรวจคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด แม้ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ตามวรรคสองของมาตรา 18 ก็ตาม แต่วรรคท้ายของมาตรา 18 ก็บัญญัติให้อุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227, 228 และ 247 กรณีมิได้ตกอยู่ในบังคับของมาตรา 234 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แต่อย่างใด เพราะกรณีนี้อยู่ในชั้นตรวจคำคู่ความ เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์วันที่ 19 สิงหาคม 2545 และมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์วันที่ 26 สิงหาคม 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์วันที่ 10 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาในวันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยจึงอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 227, และ 228 (3) วรรคสองแล้ว การที่จำเลยไม่ทำอุทธรณ์มายื่นใหม่ภายในเวลา 3 วัน ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด จนศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 18 วรรคสอง หาทำให้จำเลยหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 วรรคท้ายไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า เมื่อจำเลยใช้สิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย สิทธิของจำเลยที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ทำมาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ประกอบมาตรา 227 เป็นอันยุติไปแล้วแม้จะยังไม่พ้นกำหนดอายุอุทธรณ์ก็ตามนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้วมีคำสั่งต่อไปตามกฎหมาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9219/2547 นางลำใย เหมือนเหลา กับพวก โจทก์ นายหนูชาติ เหมือนเหลา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลำใย เหมือนเหลา กับพวก · จำเลย - นายหนูชาติ เหมือนเหลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพัฒน์ บุญยุบล · สายันต์ สุรสมภพ · บรรหาร มูลทวี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4107/2563ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5640/2540ฎีกา 2194/2552ฎีกา 12017/2557ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1068/2522ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ