⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 45/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องวางเงินตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นด้วย แม้จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นด้วย จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาแม้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และไม่ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้มาวางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 157 แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาหรือการหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองวางเงินหรือหาประกันภายใน 20 วัน จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติและไม่ใช่กรณีที่อาจขออนาถาได้ คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.157 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารขนย้ายออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 184379 ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี และบ้านเลขที่ 101/37 หมู่ที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าว ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินและบ้านดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะขนย้ายออกไปจากที่ดินและบ้านดังกล่าว คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาอย่างคนอนาถาพร้อมกับมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง จำเลยที่ 2 ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกจำเลยที่ 1 เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นด้วย จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาแม้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาและไม่ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้มาวางศาล ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157 แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาหรือการหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองวางเงินหรือหาประกันภายใน 20 วัน จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติและไม่ใช่กรณีที่อาจขออนาถาได้ คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา" จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางทัศนีย์หรือพัชรีหรือมณีรัตน์ หรือชวนพิศ ทาระพันธ์ หรือคำวงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางทัศนีย์หรือพัชรีหรือมณีรัตน์ หรือชวนพิศ ทาระพันธ์หรือคำวงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบัติ อรรถพิมล · วสันต์ ตรีสุวรรณ · ศิริชัย จิระบุญศรี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 273/2501ฎีกา 609/2526ฎีกา 367/2568ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1022/2551ฎีกา 272/2490ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ