⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7337/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7337/2548

ป.พ.พ. ม.150 · ป.วิ.แพ่ง ม.94

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของที่กฎหมายมิได้บังคับให้ทำเป็นหนังสือ สัญญาจึงเกิดขึ้นและผูกพันคู่สัญญาเมื่อตกลงกันแล้ว แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็สามารถสืบพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ข้อตกลงค่าจ้างได้ 2. ข้อสัญญาที่ให้ทนายความมีส่วนได้เสียในผลของคดีโดยตรง เช่น กำหนดค่าจ้างเป็นร้อยละของทรัพย์สิน หรือมีเงื่อนไขว่าหากไม่ได้รับทรัพย์สินคืนจะไม่ได้รับค่าจ้าง เป็นข้อสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งกฎหมายมิได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ ดังนั้นเพียงแต่คู่สัญญาตกลงว่าจ้างและรับจ้างแล้ว สัญญาย่อมเกิดขึ้นและผูกพันคู่สัญญาให้ต้องปฏิบัติตามนั้น เมื่อจำเลยได้ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความแล้ว แม้สัญญาจ้างว่าความจะมิได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ โจทก์ก็มีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบยืนยันว่าได้มีการตกลงค่าจ้างไว้เป็นจำนวนเท่าใด ข้อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยในส่วนที่ตกลงให้สินจ้างกันร้อยละ 7.5 ของราคาทรัพย์สิน และถ้าจำเลยไม่ได้รับที่ดินพิพาทคืน โจทก์จะไม่ได้รับค่าจ้าง เช่นนี้ ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวมีลักษณะเป็นการหาประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเป็นความ หรือยุยงให้ผู้อื่นเป็นความกัน จึงเป็นข้อสัญญาที่ให้ทนายความเข้ามีส่วนได้เสียในทางการเงินโดยตรงในผลของคดี จึงไม่ต้องด้วยหลักจริยธรรมทางวิชาชีพของทนายความ ย่อมถือว่าเป็นข้อสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 5,784,759.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 5,691,093.75 บาท นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 มกราคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความของจำเลยฟ้องนายสุขสันต์ เพียรภักดี เพื่อบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนด เลขที่ 2064 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 37 ไร่ 3 งาน 1 ตารางวา ตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินซึ่งนายสุขสันต์ทำไว้แก่จำเลย โจทก์ทำหน้าที่ทนายความในคดีดังกล่าวจนศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชนะคดีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2537 เห็นว่าสัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งกฎหมายมิได้บัญญัติบังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ ดังนั้นเพียงแต่คู่สัญญาตกลงว่าจ้างและรับจ้างแล้ว สัญญาย่อมเกิดขึ้นและผูกพันคู่สัญญาให้ต้องปฏิบัติตามนั้น เมื่อจำเลยได้ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความแล้ว ถือได้ว่าจำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ว่าความและโจทก์ตกลงรับจ้างแล้ว จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติชำระตอบแทนกัน ข้อตกลงตามสัญญาจ้างว่าความจึงเป็นหนี้ที่ต้องชำระแก่กัน เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นทนายความได้ทำงานให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง โดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชำระคดี และจำเลยได้รับโอนที่ดินพิพาทมาเป็นประโยชน์แก่ตนแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับสินจ้างตามผลแห่งการงาน แม้สัญญาจ้างว่าความจะมิได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ โจทก์ก็มีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อยืนยันว่าได้มีการตกลงค่าจ้างไว้เป็นจำนวนเท่าใด ปัญหาต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า สัญญาจ้างว่าความระหว่างโจทก์และจำเลยในส่วนข้อตกลงชำระค่าจ้างด้วยวิธีคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากราคาทรัพย์ที่พิพาท และตกลงว่าจะชำระให้เมื่อจำเลยชนะคดีและได้รับโอนที่ดินพิพาทมาแล้ว ถ้าแพ้คดีก็ไม่ต้องจ่าย โจทก์คิดค่าจ้างว่าความร้อยละ 7.5 ของราคาทรัพย์สินขณะที่มีการจดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์นั้นเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า วิชาชีพทนายความเป็นวิชาชีพที่มีลักษณะผูกขาดที่ผู้เป็นทนายความได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหลายประการ รวมทั้งการห้ามมิให้ผู้ที่มิได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การฟ้องอุทธรณ์ แก้อุทธรณ์ฟ้องฎีกาแก้ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลงอันเกี่ยวแก่การพิจารณาคดีในศาลให้แก่บุคคลอื่นอย่างผู้ที่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 33 ผู้ที่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความจึงย่อมมีพันธกรณีต่อสังคมที่จะต้องปฏิบัติและดำรงให้ต้องกับหลักจริยธรรมทางวิชาชีพของทนายความ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความในฐานะที่ทนายความมีส่วนสำคัญในการประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมแก่คู่ความดุจเป็นเจ้าหน้าที่ของศาล ทนายความไม่พึงทำสัญญากับลูกความของตนในลักษณะที่ตนเองมีส่วนได้เสียโดยตรงในคดีจนกระทบกระเทือนการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ข้อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยในส่วนที่ตกลงในสินจ้างกันร้อยละ 7.5 ของราคาทรัพย์สิน และถ้าจำเลยไม่ได้รับที่ดินพิพาทคืน โจทก์จะไม่ได้รับค่าจ้าง เช่นนี้ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวมีลักษณะเป็นการหาประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเป็นความ หรือยุยงให้ผู้อื่นเป็นความกัน จึงเป็นข้อสัญญาที่ให้ทนายความเข้ามีส่วนได้เสียในทางการเงินโดยตรงในผลของคดี จึงไม่ต้องด้วยหลักจริยธรรมทางวิชาชีพของทนายความย่อมถือว่า เป็นข้อสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ปัญหาข้อนี้แม้คู่ความมิได้อุทธรณ์ฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบด้วย มาตรา 246, 247 และเมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วคดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นตามฎีกาของโจทก์ข้ออื่นอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7337/2548 นายสมนึก จัตตุวัฒนา โจทก์ พันโทสำเนียง อินอิ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมนึก จัตตุวัฒนา · จำเลย - พันโทสำเนียง อินอิ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล จันทร์สว่าง · สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางสาวกุลวดี ฟังเสนาะ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุจินต์ สรรเพชร์นิยม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15572/2558ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 7200/2540ฎีกา 1561/2520ฎีกา 933/2560ฎีกา 13566/2558ฎีกา 961/2566ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 4332/2536ฎีกา 7349/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 12945/2558ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6163/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา