⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1161/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำมีเจตนาเล็งเห็นผลว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ ถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า แม้ว่ามูลเหตุแห่งความไม่พอใจจะไม่ร้ายแรงถึงขนาดที่ต้องฆ่าก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้จอบยาวประมาณ 1 เมตรเศษ เป็นจอบขนาดใหญ่ตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะถึง 2 ถึง 3 ครั้งในขณะที่ผู้ตายนอนนิ่งอยู่ ซึ่งจำเลยมีโอกาสที่จะเลือกตีผู้ตายที่ใดก็ได้แต่จำเลยกลับเลือกตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะอันเป็นอวัยวะสำคัญถึงขนาดกะโหลกศีรษะผู้ตายแตกและบางส่วนหลุดหายไป ทั้งบาดแผลลึกถึงสมองเนื้อสมองหายไปอันแสดงว่าจำเลยตีทำร้ายอย่างรุนแรง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำของจำเลยได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ แม้มูลเหตุที่จำเลยไม่พอใจผู้ตายจะไม่ใช่สาเหตุร้ายแรงถึงขนาดที่จำเลยจะต้องฆ่าผู้ตายก็ตาม ก็ต้องถือว่าจำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม้ฟืนของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิด จึงไม่รับและพิพากษาให้ยกคำขอส่วนนี้ของโจทก์ โจทก์หาได้อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ริบไม้ฟืนของกลางไม่ ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นฎีกาที่ไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 33 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ให้จำคุกตลอดชีวิต คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก จำเลยมีอายุไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 76 จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยได้ใช้ไม้ฟืนของกลางยาวประมาณ 1 เมตร และจอบของกลางยาวประมาณ 1.50 เมตร ตีทำร้ายผู้ตายหลายครั้งจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย บาดแผลผู้ตายปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้อง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยใช้ไม้ฟืนของกลางและจอบของกลางตีทำร้ายผู้ตายโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของนายแพทย์วรพลพยานโจทก์ผู้ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย ซึ่งเบิกความประกอบรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องว่า ได้ตรวจบาดแผลของผู้ตาย พบบาดแผลที่ศีรษะด้านหลังข้างซ้ายมีรอยฉีกขาด ยาว 12 เซนติเมตร กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ลึกถึงสมอง เนื้อสมองหายไปบางส่วน กะโหลกศีรษะแตกและบางส่วนหายไป บาดแผลฟกช้ำที่สีข้างด้านซ้ายและกกหูด้านซ้าย ศีรษะด้านหน้าข้างขวา บาดแผลดังกล่าวเกิดจากโดนกระแทกจากของแข็งอย่างแรง ยังได้ความตามคำเบิกความของนางหนูแจ๋ว ช่างเหล็ก พยานโจทก์เจ้าของบ้านเกิดเหตุว่าได้ยินเสียงตีดังตุบ ๆ ที่บริเวณหน้าบ้านเกิดเหตุประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ยินเสียงร้อง ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาว่าจำเลยได้ใช้ไม้ฟืนของกลางที่ถือติดมือตีที่ศีรษะของผู้ตายจนไม้ฟืนหลุดมือ จำเลยและผู้ตายเข้ากอดปล้ำและล้มลง จำเลยลุกขึ้นได้ก่อน จำเลยใช้เท้าเตะผู้ตายที่หน้า ผู้ตายนอนคว่ำเงียบไป จำเลยได้ใช้จอบซึ่งพบที่บริเวณหน้าบ้านเกิดเหตุตีที่ศีรษะผู้ตายโดยใช้สันจอบตีขณะผู้ตายยังนอนคว่ำเงียบอยู่ประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนมีรายละเอียดต่าง ๆ อันเจือสมกับคำเบิกความของพยานโจทก์และบาดแผลของผู้ตายซึ่งยากที่พนักงานสอบสวนจะแต่งขึ้นเองโดยที่มิได้มาจากปากคำของจำเลย ทั้งจำเลยก็ให้การโดยไม่มีโอกาสได้ปรุงแต่งเรื่องราวเพื่อให้เป็นคุณแก่จำลย เชื่อได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจไปตามเหตุการณ์ที่เกิด การที่จำเลยใช้จอบของกลางยาวประมาณ 1.50 เมตร ตามที่ปรากฏในภาพถ่ายของกลาง ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นจอบขนาดใหญ่ตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะถึง 2 ถึง 3 ครั้งในขณะที่ผู้ตายนอนนิ่งอยู่ ซึ่งจำเลยมีโอกาสที่จะเลือกตีผู้ตายที่ใดก็ได้ แต่จำเลยกลับเลือกตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะอันเป็นอวัยวะสำคัญถึงขนาดกะโหลกศีรษะผู้ตายแตกและบางส่วนหลุดหายไป ทั้งบาดแผลลึกถึงสมอง เนื้อสมองหายไปอันแสดงว่าจำเลยตีทำร้ายอย่างรุนแรง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำของจำเลยได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ แม้มูลเหตุที่จำเลยไม่พอใจผู้ตายจะไม่ใช่สาเหตุร้ายแรงถึงขนาดที่จำเลยจะต้องฆ่าผู้ตายก็ตาม ก็ต้องถือว่าจำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า ไม้ฟืนของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดสมควรที่จะริบ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้สั่งริบ จึงขอให้ศาลฎีการิบไม้ฟืนของกลางนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ไม้ฟืนของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดจึงไม่ริบและพิพากษาให้ยกคำขอส่วนนี้ของโจทก์ โจทก์หาได้อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ริบไม้ฟืนของกลางไม่ ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นฎีกาที่ไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 วางโทษจำคุก 20 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 13 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2549 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นายจร ชื่นพรมราช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นายจร ชื่นพรมราช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายวิโรจน์ อำนวยสมบัติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายยงยุทธ สุเรนทร์รังสิกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 531/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 551/2514ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1082/2511ฎีกา 4432/2534ฎีกา 239/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา