⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1653/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1653/2549

พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.123 · ป.วิ.แพ่ง ม.57, 243, 247

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขายทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด โดยการขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการเจ้าหนี้ ผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตจากการขายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมได้รับความคุ้มครองและมีสิทธิร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจหน้าที่รวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินของโจทก์ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในหมวด 4 ส่วนที่ 4 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ซึ่งมาตรา 123 บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะขายทรัพย์สินที่รวบรวมได้มาตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าการขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่รวบรวมได้มา เป็นการดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าวสิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายจึงควรได้รับความรับรองคุ้มครอง และบังคับตาม ดังนั้น หากผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินและได้มาซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์รวมถึงสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จากการขายดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในอันที่จะร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดี เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง และบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) ได้ โดยไม่จำต้องให้มีผู้ใดมาโต้แย้งสิทธิก่อนและเมื่อผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกคดี การขอให้บังคับตามสิทธิเรียกร้องของตนที่มีอยู่ผู้ร้องจึงต้องร้องขอเข้ามาในคดีตามบทกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ โดยผู้ร้องไม่จำต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ซ้ำซ้อนกับที่โจทก์เคยเสียไว้แล้วอีก ที่ศาลชั้นต้นด่วนวินิจฉัยและมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกามีอำนาจส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.123

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,142,713.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 2,142,281 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18342, 18343, 18344 และ 18345 ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอให้บังคับคดี ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทกองทุนรวมตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนชาติ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน โจทก์เป็นหนึ่งในจำนวน 56 บริษัทที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการและชำระบัญชีตามกฎหมาย ผู้ชำระบัญชีของโจทก์ดำเนินการชำระบัญชีและร้องขอต่อศาลล้มละลายกลางให้มีคำสั่งให้โจทก์เป็นบุคคลล้มละลาย และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์เด็ดขาดแล้วในคดีหมายเลขแดงที่ 1118/2544 ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2546 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รวบรวมทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ ของโจทก์นำออกประมูลขาย อันเป็นการจัดการและรวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 123 ผู้ร้องเป็นผู้ชนะการประมูลซื้อสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ ของโจทก์ซึ่งรวมถึงสิทธิเรียกร้องที่มีต่อจำเลยตามคำพิพากษาในคดีนี้ จึงได้รับโอนซึ่งสิทธิเรียกร้องและอุปกรณ์แห่งหนี้มาเป็นของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 303 และ 305 ผู้ร้องบอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้จำเลยทราบแล้ว และได้ติดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดำเนินการในชั้นบังคับคดี แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ผู้ร้องมายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ก่อน จึงจะดำเนินการต่อไปได้ ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิหรือเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ เพื่อบังคับตามสิทธิที่มีอยู่หรือตามสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษา และมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเพียงผู้รับโอนสินทรัพย์จากการซื้อขายภายใต้มาตรา 306 ไม่ใช่โดยผลของกฎหมาย ไม่อาจเข้าสวมสิทธิโดยอ้างบทกฎหมายใดได้ ส่วนเนื้อหาที่บรรยายมาทำนองว่าจะร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) นั้น จักต้องทำเป็นคำฟ้อง มีทุนทรัพย์ที่จะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามมาตรา 150 วรรคหนึ่ง ประกอบตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อตามคำร้องผู้ร้องยังมิได้ถูกกระทบกระเทือนจากคดีเดิมยังไม่เกิดข้อโต้แย้งสิทธิ ยังไม่เกิดสิทธิที่จะร้องต่อศาล ทั้งมิได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทข้อมาใหม่ ไม่อาจร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ประกอบมาตรา 55 ได้ จึงให้ยกคำร้องโดยไม่จำต้องสั่งให้ชำระค่าขึ้นศาลอีก ค่าคำร้องให้เป็นพับ อนึ่ง หากการโอนสิทธิสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 วรรคหนึ่ง สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาย่อมตกเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องสามารถดำเนินการบังคับคดีของตนต่อไปได้อยู่แล้ว ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้องชอบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจหน้าที่รวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินของโจทก์ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในหมวด 4 ส่วนที่ 4 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ซึ่งมาตรา 123 บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะขายทรัพย์สินที่รวบรวมได้มาตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าการขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่รวบรวมได้มาในคดีหมายเลขแดงที่ 1118/2544 ของศาลล้มละลายกลางเป็นการดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าว สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายจึงควรได้รับความรับรอง คุ้มครอง และบังคับตาม ดังนั้น หากเป็นความจริงตามข้ออ้างของผู้ร้องว่าผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินและได้มาซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์รวมถึงสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จากการขายดังกล่าวย่อมถือได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในอันที่จะร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดี เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง และบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ได้ โดยไม่จำต้องให้มีผู้ใดมาโต้แย้งสิทธิก่อน และเมื่อผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกคดี การขอให้บังคับตามสิทธิเรียกร้องของตนที่มีอยู่ ผู้ร้องจึงต้องร้องขอเข้ามาในคดีตามบทกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ โดยผู้ร้องไม่จำต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ซ้ำซ้อนกับที่โจทก์เคยเสียไว้แล้วอีก ที่ศาลชั้นต้นด่วนวินิจฉัยและมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และเห็นสมควรส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1653/2549 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ จำกัด (มหาชน) โจทก์ กองทุนรวมธนชาติ พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ 6 ผู้ร้อง นายวิวัฒน์ ชัยวัฒนพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - กองทุนรวมธนชาติ พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ 6 · จำเลย - นายวิวัฒน์ ชัยวัฒนพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัชลิต ละเอียด · สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 988/2485ฎีกา 4107/2563ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 12017/2557ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5272/2544ฎีกา 602/2488ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1091/2480ฎีกา 8108/2542ฎีกา 8119/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 581/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ