⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5005/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5005/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ที่ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ย่อมมีผลให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกยกเลิกไป ถือเป็นอุทธรณ์ที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ถูกพิพากษา หากไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามที่ศาลสั่ง ถือเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องและคำให้การไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. ทั้งมิได้นั่งพิจารณาให้ครบองค์คณะไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี หากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีใหม่ ย่อมมีผลให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถูกยกเลิกเพิกถอนไป ทำให้จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นถือว่าเป็นอุทธรณ์ที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิด จำเลยจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าว การที่จำเลยอุทธรณ์โดยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียง 200 บาท อย่างคดีมีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จึงไม่ถูกต้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มและจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยชอบแล้ว แต่ไม่ยอมชำระภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมากจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 195,588 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิ่มเติมว่าจำเลยทั้งสองยังชำระค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ไม่ครบถ้วนและถูกต้อง จึงให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วนภายในกำหนด 5 วัน มิฉะนั้นให้ถือว่าจำเลยทั้งสองทิ้งฟ้องอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วมิได้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามกำหนดแต่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นอ้างว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ผิดหลงและไม่มีอำนาจที่จะสั่งได้ ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว หากไม่เพิกถอน ขอถือเอาคำร้องดังกล่าวเป็นการโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทั้งสองทิ้งฟ้องอุทธรณ์ จึงรวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความชอบหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 195,588 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ร่วมกันรับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องและคำให้การ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทั้งมิได้นั่งพิจารณาให้ครบองค์คณะไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทยและมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี หากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามคำขอของจำเลยทั้งสองย่อมมีผลให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์เป็นอันถูกยกเลิกเพิกถอนไป ทำให้จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าเป็นอุทธรณ์ที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าว การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียง 200 บาท อย่างคดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จึงไม่ถูกต้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ครบถ้วนภายใน 5 วัน และจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยชอบแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ยอมชำระ กรณีถือได้ว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยทั้งสองอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ เห็นสมควรแก้ไขโดยสั่งในชั้นนี้ให้ถูกต้อง" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5005/2549 นายคณาวุฒิ มานะกุล โจทก์ นางสาวกุลธิดา บุญประสิทธิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคณาวุฒิ มานะกุล · จำเลย - นางสาวกุลธิดา บุญประสิทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1223/2535ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1700/2518ฎีกา 393/2536ฎีกา 3865/2537ฎีกา 222/2511ฎีกา 959/2535ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1419/2543ฎีกา 7857/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 7560/2543ฎีกา 2159/2530ฎีกา 728/2548ฎีกา 8780/2538ฎีกา 8909/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา