⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5772/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5772/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราที่กระทำโดยผู้กระทำความผิดหลายคนร่วมกันกระทำต่อผู้เสียหายคนเดียว และมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ถือเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคสอง ศาลอาจใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษผู้ร่วมกระทำความผิดแต่ละคนแตกต่างกันได้ โดยพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีของแต่ละบุคคลประกอบกับเหตุบรรเทาโทษ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ร่วมกันบังคับขู่เข็ญนำตัวผู้เสียหายกับเพื่อนจากห้องพักที่อยู่อาศัยไปยังสถานที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยวลับตาคนแล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอย่างต่อเนื่องกันถึง 3 คน ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยจนอวัยวะเพศของผู้เสียหายมีบาดแผลตามรายงานผลการชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ถือได้ว่าเป็นการเจตนาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคสอง ในคดีที่ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันถูกฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานเดียวกัน ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษผู้ร่วมกระทำความผิดแต่ละคนให้เท่ากัน ศาลอาจใช้ดุลยพินิจในการลงโทษจำเลยแต่ละคนแตกต่างกันไปได้ ขึ้นอยู่กันพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องๆ ไป เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ร้ายแรงกว่าจำเลยที่ 2 และผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่น ทั้งจำเลยที่ 1 มีอายุถึง 27 ปี มากกว่าจำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเพียงพอแล้ว ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1 มาโดยลดโทษให้หนึ่งในสี่เพราะเห็นว่าเหตุบรรเทาโทษนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลดโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 276 บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง, 83 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 20 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก 15 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานปากผู้เสียหายเสร็จแล้ว ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้เป็นจำคุก 10 ปี 3 เดือน จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า คำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ในชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาโต้แย้งว่า ขณะที่จำเลยที่ 2 กับพรรคพวกอีกคนหนึ่งข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วยในตอนนั้น กรณีจึงไม่เข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิงนั้น เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่าจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ร่วมกันบังคับขู่เข็ญนำตัวผู้เสียหายกับเพื่อนจากห้องพักที่อยู่อาศัยไปยังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยวลับตาคนแล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอย่างต่อเนื่องกันถึง 3 คน ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยจนอวัยวะเพศของผู้เสียหายมีบาดแผลตามรายงานการชันสูตรบาดแผลของแพทย์ เอกสารหมาย จ.2 จากข้อเท็จจริงตามที่ได้ความดังกล่าวมมานี้ถือได้ว่าเป็นการเจตนาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง จำเลยที่ 1 จึงต้องมีความผิดตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อต่อไปว่า โทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดมานั้นชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ในคดีที่ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันถูกฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานเดียวกัน ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษผู้ร่วมกระทำความผิดแต่ละคนให้เท่ากัน ฉะนั้น ศาลอาจใช้ดุลยพินิจในการลงโทษผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันซึ่งเป็นจำเลยแต่ละคนแตกต่างกันไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องๆ ไป คดีนี้พฤติการณ์แห่งคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ร้ายแรงกว่าจำเลยที่ 2 และผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่น ทั้งจำเลยที่ 1 ก็มีอายุถึง 27 ปี มากกว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใหญ่ที่ควรมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเพียงพอแล้ว ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1 มาโดยลดโทษให้หนึ่งในสี่เพราะเห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5772/2549 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายณรงค์ แก้วรุ่งเรือง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายณรงค์ แก้วรุ่งเรือง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · สบโชค สุขารมณ์ · มนตรี ยอดปัญญา
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1270/2506ฎีกา 3026/2517ฎีกา 6355/2544ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ