⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6308/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6308/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลต้องสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 202 ประกอบมาตรา 132 และไม่จำเป็นต้องสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาล.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสถาบันการเงิน ประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าซึ่งมีหลายวิธี ทั้งการให้กู้ยืมเงิน การเบิกเงินเกินบัญชี ขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินหรือด้วยวิธีอื่นใดที่สามารถทำได้ในการให้สินเชื่อหรือหลักประกันแก่ลูกค้า โดยได้รับประโยชน์ตอบแทนเป็นดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่น จำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าโจทก์สามารถทำธุรกรรมการเงินกับโจทก์โดยไม่จำกัดวิธีหนึ่งวิธีใดเพียงอย่างเดียว การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ทำหนังสือรับรองวงเงินกู้ระยะสั้น และออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ ซึ่งล้วนเป็นการขอสินเชื่อจากโจทก์ การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 10 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่ก่อขึ้นทั้งหมดกับโจทก์ โดยมิได้แบ่งแยกว่าเป็นประกันหนี้รายใด มูลหนี้ทั้งหมดจึงเกี่ยวกันพอที่จะรวมพิจารณาเข้าด้วยกันได้ โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลชั้นต้นตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องในอัตราสูงสุดตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (1) ก. ชอบแล้ว การที่ศาลชั้นต้นเรียกให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเติมโดยแยกเป็นมูลหนี้แต่ละรายการจึงเป็นการเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่จะต้องเสีย การที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลจะต้องสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 202 ประกอบด้วยมาตรา 132 บทบัญญัติสองมาตรานี้ไม่ได้กำหนดให้ศาลต้องสั่งคืนค่าธรรมเนียมเหมือนอย่างบทบัญญัติมาตรา 151 แห่ง ป.วิ.พ. แม้ตามมาตรา 132 จะมีข้อความว่า ให้กำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร ก็เป็นเรื่องที่ศาลใช้ดุลพินิจว่าสมควรจะสั่งกำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมหรือไม่ มิใช่บังคับให้ศาลต้องสั่ง กรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาไม่มีระเบียบให้ต้องคืนค่าธรรมเนียมเหมือนอย่างการคืนค่าธรรมเนียมตามมาตรา 151 ที่ศาลชั้นต้นไม่สั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลแก่โจทก์จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.151 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 44,352,860.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.75 ต่อปี ของต้นเงินส่วนที่อยู่ในวงเงิน 30,000,000 บาท และอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงินส่วนที่เกินวงเงินจำนวน 7,426,918.54 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันชำระหนี้ตามหนังสือรับรองวงเงินกู้ระยะสั้นจำนวน 49,806,780.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงิน 30,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสิบไม่ชำระให้โจทก์ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสิบออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสิบให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลตามมูลหนี้ โดยให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นรายข้อหาภายใน 30 วัน โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอีก 200,000 บาท ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ต่อมาบริษัทบริหารสินทรัพย์แม็กซ์ จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ในระหว่างนัดสืบพยานโจทก์ ปรากฏว่าโจทก์ไม่มาศาลตามนัด ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี โดยไม่ได้สั่งเรื่องค่าธรรมเนียมศาล โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอคืนค่าขึ้นศาลในกรณีที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีและขอคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เรียกเก็บเกินจาก 200,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสถาบันการเงินได้ประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าซึ่งมีหลายวิธีทั้งการให้กู้ยืมเงิน การเบิกเงินเกินบัญชี ขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือด้วยวิธีอื่นใดที่สามารถทำได้ในการให้สินเชื่อหรือหลักประกันแก่ลูกค้า โดยได้รับประโยชน์ตอบแทนเป็นดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่น จำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าโจทก์สามารถทำธุรกรรมการเงินกับโจทก์โดยไม่จำกัดวิธีหนึ่งวิธีใดเพียงอย่างเดียว การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ทำหนังสือรับรองวงเงินกู้ระยะสั้น และออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ ซึ่งล้วนเป็นการขอสินเชื่อจากโจทก์ การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 10 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่ก่อขึ้นทั้งหมดกับโจทก์โดยมิได้แบ่งแยกว่าเป็นประกันหนี้รายใด มูลหนี้ทั้งหมดจึงเกี่ยวกันพอที่จะรวมพิจารณาเข้าด้วยกันได้ โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องในอัตราสูงสุดตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ (1) ก. ชอบแล้ว การที่ศาลชั้นต้นเรียกให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเติมโดยแยกเป็นมูลหนี้แต่ละรายการ จึงเป็นการเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่จะต้องเสีย อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์โจทก์ว่า การที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลจะต้องสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 ประกอบด้วยมาตรา 132 ตามบทบัญญัติสองมาตรานี้ไม่ได้กำหนดให้ศาลต้องสั่งคืนค่าธรรมเนียมเหมือนอย่างบทบัญญัติมาตรา 151 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แม้ตามมาตรา 132 จะมีข้อความว่าให้กำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควรก็เป็นเรื่องที่ศาลใช้ดุลพินิจว่าสมควรจะสั่งกำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมหรือไม่ มิใช่บังคับให้ศาลต้องสั่ง กรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณานี้ไม่มีระเบียบให้ต้องคืนค่าธรรมเนียมเหมือนอย่างการคืนค่าธรรมเนียมตามมาตรา 151 ที่ศาลชั้นต้นไม่สั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลแก่โจทก์จึงชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เรียกเก็บเกินจากสองแสนบาทให้โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6308/2549 ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ แม็กซ์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัทลัคกี้ สยาม อีเล็คทริค จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความแม็กซ์ - ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ · โจทก์ - จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน · จำเลย - บริษัทลัคกี้ สยาม อีเล็คทริค จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · สุรพล เจียมจูไร · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายบุญธรรม อยู่พุก · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1432/2546ฎีกา 5745/2551ฎีกา 1155/2510ฎีกา 3735/2530ฎีกา 2192/2532ฎีกา 1445/2540ฎีกา 2222/2517ฎีกา 1650/2520ฎีกา 773/2511ฎีกา 1672/2539ฎีกา 421/2524ฎีกา 5816/2550ฎีกา 789/2521ฎีกา 340/2492ฎีกา 1065/2533ฎีกา 1109/2493ฎีกา 396/2518ฎีกา 7355/2537ฎีกา 5440/2537ฎีกา 832/2550ฎีกา 908/2513ฎีกา 1897/2518ฎีกา 9375/2559ฎีกา 9251/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา