⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8171/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8171/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 จะใช้ได้เฉพาะกรณีที่มีการบังคับคดีหรือบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การร้องขอกันส่วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 จะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดีหรือบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่คดีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งห้าฟ้องคดีมรดกและศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกของ ต. แก่โจทก์ทั้งห้าตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ทั้งห้าจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามคำพิพากษา อันเป็นการดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวมที่ได้รับมรดกร่วมกันเท่านั้น โจทก์ทั้งห้าและจำเลยหาใช่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกันไม่ และมิใช่เป็นการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อบังคับเอาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่อย่างใด ดังนั้น หากผู้ร้องเป็นทายาทคนหนึ่งของ ต. จริง ก็ชอบที่จะร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อขอรับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกเสียตั้งแต่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1749 กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอกันส่วนในชั้นบังคับคดีได้ ส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์มรดกของ ต. ส่วนที่ตกได้แก่จำเลย ซึ่งผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องมีสิทธิได้รับ 1 ใน 9 ส่วน เนื่องจากจำเลยถึงแก่ความตายนั้น ก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยและจ่ายเงินให้แก่โจทก์ทั้งห้าและกองมรดกของจำเลยต่อไปตามนัยที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 319 ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอรับส่วนแบ่งเงินดังกล่าวในชั้นนี้โดยอาศัย ป.วิ.พ. มาตรา 287 ไม่ได้เช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.319 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1749

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายตาม ชูวงศ์ ผู้ตาย แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 3977 ตำบลตลาดใหญ่ (สั้นใน) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้แก่โจทก์ที่ 3 ถึงที่ 5 คนละ 3.1 ตารางวา และเงินคนละ 10,000 บาท ให้โจทก์ที่ 2 จำนวน 1 ใน 4 ของที่ดินดังกล่าว เนื้อที่ 3.1 ตารางวา ส่วนที่ตกได้แก่นายเติม ชูวงศ์ และเงิน 2,500 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวนำเงินมาแบ่งปันกัน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้บังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3977 ตำบลตลาดใหญ่ (สั้นใน) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ออกขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นทายาทโดยเป็นบุตรคนหนึ่งในจำนวน 9 คน ของนายตาม ชูวงศ์ เจ้ามรดก กับจำเลยซึ่งเป็นภริยาของนายตาม ผู้ร้องมีสิทธิรับมรดกของนายตาม 1 ใน 10 ส่วน เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกในคดีนี้ไปในราคา 980,000 บาท หักค่าธรรมเนียมแล้วคงเหลือเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาด 931,000 บาท ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเป็นเงิน 93,100 บาท และเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2543 จำเลยถึงแก่ความตายเงินจำนวน 93,100 บาท ที่จำเลยมีสิทธิได้รับจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทของจำเลยซึ่งผู้ร้องมีสิทธิได้รับ 1 ใน 9 ส่วน เป็นเงิน 10,344 บาท ขอให้มีคำสั่งแบ่งเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าของรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 103,344 บาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์เรื่องขอกันส่วน ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การร้องขอกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 จะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดีหรือบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งห้าฟ้องคดีมรดกและศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกของนายตามแก่โจทก์ทั้งห้าตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ทั้งห้าจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามคำพิพากษา อันเป็นการดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวมที่ได้รับมรดกร่วมกันเท่านั้น โจทก์ทั้งห้าและจำเลยหาใช่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกันไม่ และมิใช่เป็นการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อบังคับเอาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่อย่างใด ดังนั้น หากผู้ร้องเป็นทายาทคนหนึ่งของนายตามจริง ก็ชอบที่จะร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อขอรับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกเสียตั้งแต่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1749 กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอกันส่วนในชั้นบังคับคดีได้ ส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์มรดกของนายตาม ส่วนที่ตกได้แก่จำเลย ซึ่งผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องมีสิทธิได้รับ 1 ใน 9 ส่วน เนื่องจากจำเลยถึงแก่ความตายนั้น ก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยและจ่ายเงินให้แก่โจทก์ทั้งห้าและกองมรดกของจำเลยต่อไปตามนัยที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 319 ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอรับส่วนแบ่งเงินดังกล่าวในชั้นนี้โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ไม่ได้เช่นเดียวกัน ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8171/2549 นางชิน ศุภรัตน์ กับพวก โจทก์ นางพูลศรี มิตรารัตน์ ผู้ร้อง นางแจ๋ว ชูวงศ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นายตาม ชูวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชิน ศุภรัตน์ กับพวก · ผู้ร้อง - นางพูลศรี มิตรารัตน์ · จำเลย - นางแจ๋ว ชูวงศ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายตาม ชูวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัชลิต ละเอียด · สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6306/2551ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 2836/2566ฎีกา 3766/2545ฎีกา 406/2510ฎีกา 8396/2538ฎีกา 5378/2544ฎีกา 1767/2527ฎีกา 716/2539ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2955/2548ฎีกา 1150/2524ฎีกา 981/2492ฎีกา 1486/2516ฎีกา 3745/2530ฎีกา 994/2485ฎีกา 5088/2554ฎีกา 1307/2479ฎีกา 3832/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ