คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8200/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เพื่อมีคำสั่งยืนหรือกลับคำสั่งศาลชั้นต้น
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ภายใน 7 วัน เพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 230 วรรคสาม การที่จำเลยมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณารับรองให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงจึงไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 27,920.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 มีนาคม 2545 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งว่า การรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาดังกล่าวรับรองอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามได้ ทั้งขณะจำเลยทั้งสามยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามมิได้มีคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะส่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 รับรอง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เพื่อรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามแล้ว ในกรณีเช่นนี้จำเลยทั้งสามชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ภายใน 7 วัน เพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 230 วรรคสาม การที่จำเลยทั้งสามมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8200/2549
การประปาส่วนภูมิภาค โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดรศิริสมบูรณ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การประปาส่วนภูมิภาค · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดรศิริสมบูรณ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประทีป เฉลิมภัทรกุล · เรวัตร อิศราภรณ์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา