⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 416/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญา ผู้เช่ามีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินคืน หากไม่ส่งมอบคืน ผู้เช่าต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลงกันไว้ แม้ไม่ส่งมอบคืน ก็ไม่ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ หากเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ครอบครองเครื่องจักรยกของหนักบนอาคารสูงหรือปั้นจั่นหอสูงอันเป็นทรัพย์พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องส่งคืนทรัพย์พิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตลอดเวลาที่ครอบครองทรัพย์พิพาทตามข้อตกลงในสัญญา แม้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบคืนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงก็ตาม พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเบียดบังที่จะเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริต กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่งไม่มีมูลความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,352 ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์มีมูลหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 ครอบครองทรัพย์พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องส่งคืนทรัพย์พิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตลอดเวลาที่ครอบครองทรัพย์พิพาทตามข้อตกลงในสัญญา ทั้งผู้รับมอบอำนาจโจทก์และจำเลยทั้งสามยังได้ทำบันทึกตกลงที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ข้อที่ 2 ความว่า โจทก์จะต้องได้รับความเห็นชอบจากจำเลยที่ 1 ก่อนในการที่จะจำหน่ายจ่ายโอนหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์พิพาทไปทำกิจการใด ๆ ข้อที่ 5 ว่า ในส่วนค่าเสียหายในทางแพ่ง คู่กรณีจะได้ดำเนินการฟ้องร้องกันในชั้นศาลต่อไป และข้อ 6 นัดหมายส่งมอบทรัพย์พิพาทกันในวันที่ 22 พฤษภาคม 2543 ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบคืนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงก็ตาม พฤติการณ์ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเบียดบังที่จะเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริตหรือไม่ กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่งไม่มีมูลความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2550 บริษัทอยุธยา ดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง จำกัด โจทก์ บริษัทเอส.ที.ซี.ทาวเวอร์ เครน เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอยุธยา ดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง จำกัด · จำเลย - บริษัทเอส.ที.ซี.ทาวเวอร์ เครน เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระโขนง - นายปรีชา พรหมเพชร · ศาลอุทธรณ์ - นายวันชัย ชัยเสริมวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8192/2560ฎีกา 498/2538ฎีกา 15558/2555ฎีกา 4081/2564ฎีกา 595/2519ฎีกา 9663/2554ฎีกา 1742/2503ฎีกา 7100/2538ฎีกา 15690/2553ฎีกา 5865/2555ฎีกา 96-97/2510ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 1057/2514ฎีกา 1375/2515ฎีกา 1503/2536ฎีกา 3820/2529ฎีกา 2975/2529ฎีกา 822/2506ฎีกา 1522/2565ฎีกา 2157/2518ฎีกา 313/2526ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 602/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา