⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4522/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4522/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเท่านั้น ไม่มีอำนาจเป็นคู่ความหรือมีส่วนได้เสียในคดี และไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.พ. มาตรา 296 และมาตรา 302 ให้อำนาจเกี่ยวกับการบังคับคดีเป็นของศาล ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้นตามมาตรา 1 (14) เป็นเจ้าพนักงานที่ต้องปฏิบัติในการที่จะบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเท่านั้นไม่มีอำนาจเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความได้ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น ไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสามชำระเงินจำนวน 1,407,995.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยผ่อนชำระไม่น้อยกว่าเดือนละ 25,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2539 และชำระให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2540 หากผิดนัดยอมให้บังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 233 ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดไปในราคา 410,000 บาท โจทก์ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในราคาที่ต่ำเกินไป เพราะราคาตามสภาพความเป็นจริงไม่ต่ำกว่า 700,000 บาท จำเลยที่ 2 ไม่คัดค้านพฤติการณ์ส่อว่าเป็นการสมรู้กันกดราคา ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นคำชี้แจงว่า ได้ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปโดยชอบ ขอให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสามยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ราคาไม่เกิน 400,000 บาท จำเลยที่ 2 จึงไม่คัดค้านการขาย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายใหม่ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและจำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านไม่ต้องรับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 และมาตรา 302 บัญญัติกำหนดให้อำนาจเกี่ยวกับการบังคับคดีเป็นของศาล ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (14) บัญญัติว่า "เจ้าพนักงานบังคับคดี หมายความว่า เจ้าพนักงานในสังกัดกรมบังคับคดีหรือพนักงานอื่นผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ปฏิบัติการแทน" เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงเป็นเจ้าพนักงานที่ต้องปฏิบัติในการที่จะบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเท่านั้น ไม่มีอำนาจเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความได้ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5พิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายใหม่ ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น ไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์นั้นไม่ถูกต้อง เพราะผู้คัดค้านไม่ใช่คู่ความในคดี ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นควรยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขเสียให้ถูกต้อง" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 เฉพาะที่ให้ผู้คัดค้าน (เจ้าพนักงานบังคับคดี) ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ และยกฎีกาของผู้คัดค้าน คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่ผู้คัดค้าน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4522/2550 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้คัดค้าน นายเอกชัย สิทธิมงคล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานบังคับคดี · จำเลย - นายเอกชัย สิทธิมงคล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · สมศักดิ์ เนตรมัย · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 8454/2544ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 609/2526ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2573/2552ฎีกา 1339/2499ฎีกา 6968/2537ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5640/2540ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 469/2531ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2422/2545ฎีกา 8108/2542ฎีกา 7051/2540ฎีกา 5150/2552ฎีกา 241/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา