คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5140/2550
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวแทนเชิดของจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ถึงโจทก์ โดยมีข้อความแสดงเจตนาว่ายอมรับตามสิทธิเรียกร้อง ถือเป็นการยอมรับสภาพหนี้ของจำเลย ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับอายุความใหม่
ย่อคำพิพากษา
ส. เป็นกรรมการมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของจำเลยกระทำการแทนจำเลยได้ แม้ ส. ไม่ได้ประทับตราของจำเลย แต่หนังสือรับสภาพหนี้มีชื่อของจำเลยที่ด้านบนของกระดาษประกอบพฤติการณ์ของ ส. จึงถือว่า ส. เป็นตัวแทนเชิดของจำเลย การที่ ส. ทำหนังสือรับสภาพหนี้ถึงโจทก์ ถือเป็นการกระทำของจำเลย หนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความตอนหนึ่งว่า "...ขอความกรุณาจากท่านช่วยลดราคาลงให้อีกบ้างตามควร พร้อมทั้งขอผ่อนผันชำระค่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นรายเดือนต่อไป" จึงเป็นการกระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่า ยอมรับตามสิทธิเรียกร้อง จึงเป็นการยอมรับสภาพหนี้ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ระบุในหนังสือรับสภาพหนี้ถึงวันฟ้องไม่เกิน 2 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 613,728.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 481,355.60 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 481,355.60 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 132,372.39 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า หนังสือหมาย จ.5 เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลย และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความทั้งโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายธนิต ภู่ทอง ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์เบิกความ มีใจความว่า โจทก์ติดตั้งอะไหล่ที่จำเลยรับมอบโดยไม่ได้ส่งคืนแล้ว จำเลยมีนายสนอง เพ็ชรวิจิตร กรรมการของจำเลย เบิกความมีใจความว่า โจทก์ไม่ได้ติดตั้งบันไดเลื่อน 2 ชุดใช้การได้ นายสนองมีหนังสือหมาย จ.5 ถึงโจทก์เป็นเรื่องส่วนตัวของนายสนองโดยไม่ได้ประทับตราของจำเลย เห็นว่า นายสนองเป็นกรรมการซึ่งลงลายมือชื่อและประทับตราของจำเลยแล้วมีอำนาจกระทำการแทนจำเลย แม้นายสนองไม่ได้ประทับตราของจำเลย แต่หนังสือหมาย จ.5 มีชื่อของจำเลยที่ด้านบนของกระดาษประกอบพฤติการณ์ของนายสนองจึงถือว่า นายสนองเป็นตัวแทนเชิดของจำเลย จึงเป็นการกระทำของจำเลย ตามหนังสือหมาย จ.5 มีข้อความตอนหนึ่งว่า "...ขอความกรุณาจากท่านช่วยลดราคาลงให้อีกบ้างตามสมควรพร้อมทั้งขอผ่อนผันการชำระค่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นรายเดือนต่อไป" จึงเป็นการกระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่า ยอมรับตามสิทธิเรียกร้อง จึงเป็นการรับสภาพหนี้ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ระบุในหนังสือหมาย จ.5 ถึงวันฟ้องไม่เกิน 2 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5140/2550
บริษัทบางกอกฮิตาชิ
เอลลิเวเตอร์เซอร์วิส จำกัด โจทก์
บริษัทสรรพสินค้าตรังพลาซ่า จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทบางกอกฮิตาชิเอลลิเวเตอร์เซอร์วิส จำกัด · จำเลย - บริษัทสรรพสินค้าตรังพลาซ่า จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์ · ประทีป ปิติสันต์ · นุรักษ์ มาประณีต |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ