⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5884/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5884/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการแทนผู้ตายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) ไม่มีสิทธิเข้าดำเนินคดีแทนผู้จัดการแทนที่ถึงแก่ความตาย หากผู้จัดการแทนนั้นมิใช่ผู้เสียหายโดยตรงในความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นบิดาเด็กหญิง ร. มีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ก็โดยฐานะเป็นผู้จัดการแทนเด็กหญิง ร. ผู้ตายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) ต่อมาระหว่างพิจารณาของศาล โจทก์ร่วมที่ 2 ถึงแก่ความตาย ส. ภริยาโจทก์ร่วมที่ 2 หามีสิทธิเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 ตามความหมายแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 29 ไม่ เพราะโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นเพียงผู้จัดการแทนเด็กหญิง ร. ผู้ตายเท่านั้น โจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยตรง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ ส. เข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.29

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายดาวบิดาของเด็กชายเฉลิม นายบุญทอมบิดาของเด็กหญิงรุ่งนภา และนางสาวดอกรักบุตรของนางสมหวังยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต่อมานายบุญทอมถึงแก่ความตาย นางสาครผู้เป็นภริยา ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวโดยไม่ปรับ และไม่รอการลงโทษจำคุก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเหตุเกิดจากความประมาทของจำเลยด้วย และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนัก ประเด็นเรื่องจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่จำเลยฎีกาว่าเหตุคดีนี้เกิดเหตุสุดวิสัย จำเลยได้ใช้ความระวังแล้วแต่ไม่อาจใช้ได้เพราะเกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย เท่ากับจำเลยปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น ฎีกาจำเลยดังกล่าวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยขับรถยนต์โดยสารซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่โดยไม่ชะลอความเร็วรถก่อนเข้าสี่แยกนับว่าเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างมาก และเป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร่วมใช้ทาง เป็นการกระทำโดยประมาทอย่างร้ายแรง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายหลายราย แม้จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนกับให้เงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้ตายและผู้บาดเจ็บก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 มีอัตราโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท จึงมีอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (5) คดีนี้เหตุเกิดวันที่ 24 มกราคม 2546 โจทก์ฟ้องวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 เกิน 1 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ความผิดทั้งสองข้อหาดังกล่าวจึงขาดอายุความ ชอบที่ศาลจะต้องยกฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวมาด้วย จึงเป็นการไม่ชอบ แม้คู่ความไม่ได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้แต่ก็เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 นอกจากนี้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นางสาคร ภริยาโจทก์ร่วมที่ 2 เข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 ซึ่งถึงแก่ความตายนั้น เห็นว่า โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นบิดาเด็กหญิงรุ่งนภามีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ก็โดยฐานะเป็นผู้จัดการแทนเด็กหญิงรุ่งนภาผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (2) ต่อมาโจทก์ร่วมที่ 2 ถึงแก่ความตาย นางสาครหามีสิทธิเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 29 ไม่ เพราะโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นเพียงผู้จัดการแทนเด็กหญิงรุ่งนภาผู้ตายเท่านั้น โจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยตรง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นางสาครเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กับให้ยกคำร้องของนางสาครที่ขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 ผู้ตาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5884/2550 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายดาว สุขเจียง กับพวก โจทก์ร่วม นายณัฐวุติ สว่างใจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · โจทก์ร่วม - นายดาว สุขเจียง กับพวก · จำเลย - นายณัฐวุติ สว่างใจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · บุญส่ง น้อยโสภณ · สิทธิชัย พรหมศร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5917/2545ฎีกา 1742/2503ฎีกา 5865/2555ฎีกา 1167/2530ฎีกา 890/2503ฎีกา 4217/2565ฎีกา 3834/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 6328-6330/2531ฎีกา 8537/2553ฎีกา 2869/2553ฎีกา 1303/2551ฎีกา 1641/2514ฎีกา 276/2520ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 2894/2523ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 478/2515ฎีกา 954/2502ฎีกา 5232/2556ฎีกา 1187/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ