⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6380/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนที่ดินซึ่งมีข้อกำหนดห้ามโอนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นโมฆะตามกฎหมาย และผู้ครอบครองที่ดินโดยสุจริตตลอดมาจนล่วงเลยระยะเวลาห้ามโอนแล้ว ย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตาม ป.ที่ดินฯ มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2521 ส. ขายที่ดินและบ้านพิพาทโดยส่งมอบการครอบครองให้ พ. ในเดือนพฤศจิกายน 2526 ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย แม้ในระหว่างนั้น พ. จะยังไม่ได้สิทธิครอบครอง เนื่องจากถูกจำกัดโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว มีผลทำให้การโอนที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ถือว่า พ. ครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทแทน ส. แต่เมื่อ พ. ยังคงครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทตลอดมาจนล่วงเลยระยะเวลาห้ามโอนแล้วเป็นเวลานานประมาณ 6 ปี โดย พ. ถึงแก่ความตายเมื่อกลางปี 2537 และจำเลยที่ 2 เป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดินพิพาทตลอดมา และ ส. ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2530 ก่อนครบกำหนดเวลาห้ามโอน แต่โจทก์เพิ่งยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ส. เพื่อกล่าวอ้างสิทธิในที่ดินและบ้านพิพาทในปี 2537 โดยก่อนหน้าที่ พ. จะถึงแก่ความตายนั้น โจทก์และทายาทของ ส. ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวอ้างสิทธิครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทแต่ประการใด จึงเป็นกรณีที่ พ. ไม่อาจทราบได้ว่าตนยึดถือที่ดินและบ้านพิพาทไว้แทนผู้ใด อันจะต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังผู้นั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 พฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่าโจทก์และทายาทของ ส. สละเจตนาครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทแล้ว การครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทของ พ. จึงเป็นการยึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน พ. ย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.58 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 600 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้โจทก์ หากส่งไม่ได้ด้วยประการใด ๆ ให้ศาลมีคำสั่งให้นายอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) แก่โจทก์โดยให้จำเลยทั้งสองรับเงิน 50,000 บาท ไปจากโจทก์ตามฟ้อง และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองรับเงิน 50,000 บาท ไปจากโจทก์ตามฟ้อง และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินและบ้านตามฟ้องอีกต่อไป จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาและพิพากษาใหม่เฉพาะในประเด็นข้อพิพาทที่ว่า จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทไว้เพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้นายสวัสดิ์ ทองพุ่ม ตามฟ้องหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 600 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คืนโจทก์ และห้ามจำเลยทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินและบ้านพิพาท จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบุตรนายสวัสดิ์ ทองพุ่ม ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2530 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์ นายเพียร สีสด เป็นบิดาจำเลยที่ 1 และเป็นสามีจำเลยที่ 2 ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) พร้อมสิ่งปลูกสร้างมีชื่อนายสวัสดิ์เป็นเจ้าของ ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2521 ในปี 2525 นายเพียรและนายสวัสดิ์ต้องการซื้อขายที่ดินและบ้านพิพาทในราคา 50,000 บาท แต่ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนนายธรรมนุ ยองประยูร สารวัตรกำนันตำบลร่อนทองในขณะนั้นจึงให้นายสวัสดิ์ทำสัญญากู้ยืมเงินนายเพียร ฉบับแรกลงวันที่ 17 สิงหาคม 2525 จำนวน 45,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน ส่วนอีก 5,000 บาท ตกลงจะชำระเมื่อโอนที่ดินพิพาทแล้ว ต่อมาปี 2526 นายสวัสดิ์ประสงค์จะย้ายภูมิลำเนาไปอยู่จังหวัดนครปฐมและต้องการรับเงินส่วนที่เหลือ นายธรรมนุจึงให้นายสวัสดิ์ทำสัญญากู้ยืมเงินฉบับที่ 2 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2526 จำนวน 5,000 บาท และทำหนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับการโอนที่ดินพิพาทโดยลงวันที่ล่วงหน้าให้พ้นกำหนดเวลาห้ามโอน พร้อมกับมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) และหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทให้นายเพียรยึดถือไว้ นายสวัสดิ์ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่จังหวัดนครปฐมในเดือนพฤศจิกายน 2526 จากนั้นนายเพียรและจำเลยที่ 2 ก็ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทหรือไม่ เห็นว่า ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2521 นายสวัสดิ์ขายที่ดินและบ้านพิพาทโดยส่งมอบการครอบครองให้นายเพียรในเดือนพฤศจิกายน 2526 ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย แม้ในระหว่างนั้นนายเพียรจะยังไม่ได้สิทธิครอบครอง เนื่องจากถูกจำกัดโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว มีผลทำให้การโอนที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ถือว่านายเพียรครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทแทนนายสวัสดิ์ แต่เมื่อนายเพียรยังครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทตลอดมาจนล่วงเลยระยะเวลาห้ามโอนแล้วเป็นเวลานานประมาณ 6 ปี โดยนายเพียรถึงแก่ความตายเมื่อกลางปี 2537 และจำเลยที่ 2 เป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดินพิพาทตลอดมา นายสวัสดิ์ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2530 ก่อนครบกำหนดเวลาห้ามโอน แต่โจทก์เพิ่งยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์เพื่อกล่าวอ้างสิทธิในที่ดินและบ้านพิพาทในปี 2537 โดยก่อนหน้าที่นายเพียรจะถึงแก่ความตายนั้น โจทก์และทายาทของนายสวัสดิ์ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวอ้างสิทธิครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทแต่ประการใด จึงเป็นกรณีที่นายเพียรไม่อาจทราบได้ว่าตนยึดถือที่ดินพิพาทไว้แทนผู้ใด อันจะต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังผู้นั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 พฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่าโจทก์และทายาทของนายสวัสดิ์สละเจตนาครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทแล้ว การครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทของนายเพียรจึงเป็นการยึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน นายเพียรย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 โจทก์หามีสิทธิครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2550 นางปรีชา ผิวละออ ในฐานะผู้จัดการมรดก ของนายสวัสดิ์ ทองพุ่ม โจทก์ นายนิรุต สีสด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปรีชา ผิวละออในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์ ทองพุ่ม · จำเลย - นายนิรุต สีสด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8551/2550ฎีกา 1394/2549ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7200/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 933/2560ฎีกา 961/2566ฎีกา 817/2490ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 6163/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ