⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6862/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6862/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีอำนาจทำสัญญาเช่าซื้อตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินขณะทำสัญญา และหมายรวมถึงผู้ที่จะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นในอนาคตโดยชอบด้วย

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. มาตรา 572 เช่าซื้อคือสัญญาซึ่ง "เจ้าของ" เอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว ซึ่งผู้มีอำนาจทำสัญญาจึงต้องเป็น "เจ้าของ" แต่โดยสภาพของสัญญาเช่าซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมจะโอนไปยังผู้เช่าซื้อในอนาคต หาได้โอนกรรมสิทธิ์ในทันทีขณะทำสัญญาไม่ "เจ้าของ" จึงหมายถึง ผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินขณะทำสัญญาเช่าซื้อและหมายรวมถึงผู้ที่จะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในอนาคตโดยชอบด้วย เมื่อ ค. ได้ซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาทมาจาก ห. โดย ห. ได้ทำหนังสือมอบอำนาจโอนลอยทางทะเบียนให้ ค. ไว้แล้ว เพียงจะนำไปเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น โดย ค. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทโจทก์ด้วย เท่ากับว่าจะโอนเป็นชื่อของบริษัทโจทก์เมื่อใดก็ได้ ต่อมาโจทก์ได้ให้ ห. เช่าซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาท และ ห. นำรถแทรกเตอร์คันพิพาทไปขายให้แก่จำเลย ดังนั้น กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์เป็น "เจ้าของ" รถแทรกเตอร์คันพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 มีอำนาจทำสัญญาเช่าซื้อได้ สัญญาเช่าซื้อจึงสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ห. ผิดสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์โดยไม่นำค่าเช่าซื้อที่ค้างไปชำระให้แก่โจทก์แต่กลับนำรถแทรกเตอร์คันพิพาทไปขายให้แก่จำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยึดรถแทรกเตอร์คันพิพาทไว้จำต้องคืนให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ได้ใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากบุคคลอื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถแทรกเตอร์ ยี่ห้อโคมัตสุ หมายเลขเครื่อง 6 D 105-81092 คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงินจำนวน 408,000 บาท และให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถแทรกเตอร์คืนหรือชดใช้ราคา จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยส่งมอบรถแทรกเตอร์ยี่ห้อโคมัตสุ หมายเลขเครื่อง 6 D 105-81092 แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ หากไม่สามารถส่งคืนได้ให้ชดใช้ราคา 391,000 บาท แทน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า รถแทรกเตอร์คันพิพาทเดิมเป็นของบริษัท ไฮเวย์ แทรกเตอร์ จำกัด และได้ขายให้แก่นายหร่ายไป ต่อมานายหร่ายขัดสนทางการเงินจึงไปยืมเงินนายครองทรัพย์และต่อมาได้ขายรถแทรกเตอร์คันพิพาทให้แก่นายครองทรัพย์ ทั้งนี้ รถแทรกเตอร์คันพิพาทได้มอบอำนาจให้โอนลอยทางทะเบียนกันไว้ในทุกขั้นตอนของการซื้อขายแล้วเพียงแต่ยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อในสมุดคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์เท่านั้น ปัจจุบันจึงยังเป็นชื่อของบริษัท ไฮเวย์ แทรกเตอร์ จำกัด สำหรับนายครองทรัพย์ยังเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทครองทรัพย์ยนต์ จำกัด ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ด้วยตามภาพถ่ายหนังสือรับรอง ต่อมาโจทก์ได้ให้นายหร่ายเช่าซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาทนี้ไปตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ ต่อมานายหร่ายนำรถแทรกเตอร์คันพิพาทไปขายให้แก่จำเลย มีปัญหาต้องพิจารณาตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจทำสัญญาให้เช่าซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาทกับนายหร่ายหรือไม่ จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญาเช่าซื้อเนื่องจากยังมิได้เป็นเจ้าของรถแทรกเตอร์คันพิพาทแต่อย่างใด เนื่องจากยังมิได้รับการโอนทะเบียนมาอย่างถูกต้อง เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 เช่าซื้อคือสัญญาซึ่ง "เจ้าของ" เอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว ซึ่งผู้มีอำนาจทำสัญญาจึงต้องเป็น "เจ้าของ" แต่โดยสภาพของสัญญาเช่าซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมจะโอนไปยังผู้เช่าซื้อในอนาคต หาได้โอนกรรมสิทธิ์ในทันทีขณะทำสัญญาไม่ "เจ้าของ" จึงหมายถึง ผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินขณะทำสัญญาเช่าซื้อและหมายรวมถึงผู้ที่จะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในอนาคตโดยชอบด้วย คดีนี้เมื่อนายครองทรัพย์ได้ซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาทมาจากนายหร่ายโดยนายหร่ายได้ทำหนังสือมอบอำนาจโอนลอยทางทะเบียนให้นายครองทรัพย์ไว้แล้วเพียงแต่จะนำไปเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น โดยนายครองทรัพย์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทโจทก์ด้วยเท่ากับว่าจะโอนเป็นชื่อของบริษัทโจทก์เมื่อใดก็ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาทกับนายหร่ายโดยข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายหร่ายได้ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ไปแล้ว 1 งวด เช่นนี้ กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์เป็น "เจ้าของ" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 มีอำนาจทำสัญญาเช่าซื้อได้ สัญญาเช่าซื้อจึงสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายหร่ายผิดสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์โดยไม่นำค่าเช่าซื้อที่ค้างไปชำระให้แก่โจทก์ แต่กลับนำรถแทรกเตอร์คันพิพาทไปขายให้แก่จำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยึดรถแทรกเตอร์คันพิพาทไว้ จำต้องคืนให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ได้ใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากบุคคลอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวไว้ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนฎีกาประการอื่นของจำเลยไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6862/2550 บริษัทครองทรัพย์ยนต์ จำกัด โจทก์ นายวิจิตร จันอยู่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทครองทรัพย์ยนต์ จำกัด · จำเลย - นายวิจิตร จันอยู่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์พล ทองจีน · สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · สิริรัตน์ จันทรา
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1052/2509ฎีกา 967/2491ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 747/2484ฎีกา 4832/2536ฎีกา 4176/2530ฎีกา 4240/2565ฎีกา 427/2523ฎีกา 19/2523ฎีกา 1060/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ