⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6899/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6899/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยกข้อเท็จจริงที่ว่าตนไม่ได้กระทำความผิดขึ้นฎีกา โดยที่ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอก จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง แม้จำเลยจะยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัทธัชรวีร์ จำกัด ผู้เสียหาย ได้ครอบครองเงินสดค่าเช่าที่พักอาศัยของผู้เสียหายจำนวน 200,000 บาท แล้วเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวของผู้เสียหายเป็นของจำเลยโดยทุจริต เหตุเกิดที่แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 200,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ระหว่างพิจารณา บริษัทธัชรวีร์ จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 200,000 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาในทำนองว่ามิได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโจทก์ร่วมแต่กลับยักยอกเงินของโจทก์ร่วมจำนวนมากถึง 200,000 บาท โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สร้างความเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมแล้วยังเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้เช่าอีก กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ทั้งพยายามหาเงินมาใช้คืนโจทก์ร่วมก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยให้เบาลงอีกและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6899/2550 พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี โจทก์ บริษัทธัชรวีร์ จำกัด โจทก์ร่วม นางสาวขนิษฐา พลพฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี · โจทก์ร่วม - บริษัทธัชรวีร์ จำกัด · จำเลย - นางสาวขนิษฐา พลพฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · พิทักษ์ คงจันทร์ · ปรีดา พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายเกรียงศักดิ์ ตั้งปรัชญากูล · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สายสอาด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 7988/2551ฎีกา 710/2542ฎีกา 2186/2550ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 3329/2550ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา