⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15019/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15019/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งไม่รับคำคู่ความที่ทำให้คดีเสร็จไปเฉพาะแต่ประเด็นบางข้อ มิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างพิจารณาภายหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การโดยอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบพร้อมทั้งยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 1 ดังนี้ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) ส่วนคำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสาม ซึ่งทำให้คดีเสร็จไปเฉพาะแต่ประเด็นบางข้อ มิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 มีสิทธิอุทธรณ์ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 228 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน จำนวน 129,355 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 128,555 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จตามที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานเป็นผู้ทำละเมิดแก่รถคันที่โจทก์รับประกันภัยโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างหรือตัวการ จำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ โดยอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบพร้อมทั้งยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ และสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่คืนให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การไปแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำให้การ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การของจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและยกคำร้องขอให้เพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เป็นคำสั่งที่สืบเนื่องมาจากคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 1 เนื่องจากศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 1 มิได้ยื่นใบแต่งทนายจึงเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง ซึ่งไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) นั้น เห็นว่า แม้ในคำให้การที่ยื่นเข้ามาภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายจะระบุว่าเป็นคำให้การของจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นใบแต่งทนายต่อศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับเป็นคำให้การของจำเลยที่ 2 เท่านั้น โดยมิได้มีคำสั่งให้คืนคำคู่ความให้จำเลยที่ 1 ไปทำมาใหม่ เมื่อล่วงพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การตามกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 เห็นว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ชอบจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นยกคำร้องทั้งคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและคำสั่งให้ยกคำร้องขอเพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งก่อนมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตัดสินชี้ขาดคดี ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์จนกว่าศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการต่อมามีว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความ จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227 จำเลยที่ 1 มีสิทธิอุทธรณ์ได้นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การเข้ามาเมื่อล่วงเลยกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำให้การ คำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสาม ซึ่งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องหากเสร็จไปเฉพาะแต่ประเด็นบางข้อ จำเลยที่ 1 สามารถอุทธรณ์ได้ทันที ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน... พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15019/2551 บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายเดชา ศรีประเสริฐ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายเดชา ศรีประเสริฐ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมชัย ตันตยานนท์ · ธานิศ เกศวพิทักษ์ · บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระโขนง - นางจิราภรณ์ แสงจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง กุลบุปผา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.920/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1679/2540ฎีกา 4820/2548ฎีกา 225/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 87/2534ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 959/2544ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 3474/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 3303/2532ฎีกา 1068/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา