⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3797/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3797/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมได้ หากเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ.

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าการส่งคำบังคับให้จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นประเด็นในคดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านคำร้องของจำเลย ก็เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องไต่สวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในทางหนึ่งทางใดเสียก่อน จึงจะสามารถวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องของจำเลยได้ว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ กรณีเช่นว่านี้ หากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบเพิ่มเติม ศาลก็มีอำนาจที่จะเรียกพยานหลักฐานใดๆ อันเกี่ยวแก่ประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคสาม ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียก ย. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาลผู้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยมาเบิกความในฐานะพยานศาลจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 85,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1472 ตำบลธารประสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ที่จำเลยมีสิทธิครอบครองแล้วขายทอดตลาดไปในราคา 120,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การส่งคำบังคับให้แก่จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการส่งคำบังคับโดยอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประเด็นตามคำร้องของจำเลยจึงมีว่า การส่งคำบังคับชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านคำร้องของจำเลยก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องไต่สวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในทางหนึ่งทางใดเสียก่อนจึงจะสามารถวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องของจำเลยได้ว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ กรณีเช่นว่านี้ หากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบเพิ่มเติม ศาลก็มีอำนาจที่จะเรียกพยานหลักฐานใดๆ อันเกี่ยวแก่ประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสาม คดีนี้ปรากฏว่านายยงยุทธ์เป็นผู้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย จึงเป็นพยานที่เกี่ยวกับประเด็นตามคำร้อง เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องสืบพยานปากนี้ก็ย่อมมีอำนาจที่จะมีคำสั่งเรียกนายยงยุทธ์มาเบิกความในฐานะพยานศาลได้ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม และพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3797/2551 นายไพบูลย์ ลีลาไพบูลย์ โจทก์ นางต้อย ซอกจอหอ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพบูลย์ ลีลาไพบูลย์ · จำเลย - นางต้อย ซอกจอหอ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครราชสีมา - นายมณฑล ยอดรัก · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายรังสรรค์ กุลาเลิศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.530/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1572/2511ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1603/2551ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2898/2538ฎีกา 3005/2541ฎีกา 6528/2537ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 6360/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา