⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3877/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3877/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อาจเป็นความผิดอาญาฐานบุกรุกหรือทำให้เสียทรัพย์ จะไม่มีความผิดหากผู้กระทำเชื่อโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิครอบครองหรือเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น และข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองดังกล่าวเป็นเรื่องทางแพ่งที่ต้องวินิจฉัยในศาลคดีแพ่ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมมีข้อพิพาทกับจำเลยเกี่ยวกับที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2526 นอกจากนี้โจทก์ร่วมได้ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งตามคดีหมายเลขดำที่ 149/2542 ของศาลชั้นต้น แม้คดีดังกล่าวจะมีประเด็นว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยมิชอบอันเป็นการใช้สิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 มิได้มีประเด็นว่า โจทก์ร่วมถูกแย่งการครอบครองดังที่โจทก์ร่วมฎีกาก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทว่าผู้ใดเป็นผู้ครอบครองในที่ดินพิพาท ดังนั้น ในขณะเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยเชื่อโดยชอบว่า จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยจึงไม่มีเจตนาบุกรุกที่ดินพิพาทหรือทำให้เสียทรัพย์ ส่วนที่ดินพิพาทจะเป็นของผู้ใดหรือผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองนั้นเป็นเรื่องทางแพ่ง จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 362, 365 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายสถิตย์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 365 (3) ประกอบมาตรา 362 จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 6 เดือน และปรับ 4,000 บาท ฐานบุกรุกจำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งในชั้นฎีกาฟังได้ว่า โจทก์ร่วมมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 325 ตำบลตำตัว อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โจทก์ร่วมอ้างว่าเมื่อปี 2541 จำเลยกับพวกบุกรุกเข้ามาในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 325 ทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือ เนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 15 ตารางวา และตัดฟันต้นยางพาราที่โจทก์ร่วมปลูกไว้ 8 ต้น กับรื้อถอนท่อเหล็กที่โจทก์ร่วมใช้กั้นเป็นแนวเขตระหว่างที่ดินดังกล่าวกับที่ดินข้างเคียง คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบยืนยันว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาจนถึงปี 2541 จึงมีคดีพิพาทกับจำเลย แต่โจทก์ร่วมก็ได้เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์ร่วมมีข้อพิพาทกับจำเลยเกี่ยวกับที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2526 นอกจากนี้โจทก์ร่วมก็ได้ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่ง ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 149/2542 ของศาลชั้นต้น แม้ว่าคดีดังกล่าวมีประเด็นว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยมิชอบอันเป็นการใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ว่าโจทก์ร่วมถูกแย่งการครอบครองดังที่โจทก์ร่วมฎีกาก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทว่าผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ซึ่งจำเลยก็อ้างว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยชอบมาตั้งแต่ปี 2513 จำเลยเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองก่อนที่โจทก์ร่วมจะนำที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 325 ไปขอออกเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) ในโครงการเดินสำรวจตามประกาศกระทรวง แม้ว่าจำเลยไม่ได้นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 หรือ น.ส. 3 ก.) มาแสดงดังที่โจทก์ฎีกา แต่จำเลยก็อ้างว่าจำเลยมีพยานหลักฐานอื่นคือ หลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ของจำเลยตามแบบแสดงรายการที่ดิน ดังนั้น ในขณะที่เกิดเหตุคดีนี้จำเลยเชื่อโดยชอบว่า จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยจึงไม่มีเจตนาบุกรุกที่ดินพิพาทหรือทำให้เสียทรัพย์ ส่วนที่ดินพิพาทจะเป็นของผู้ใดหรือผู้ใดมีสิทธิครอบครองนั้นเป็นเรื่องในทางแพ่ง จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3877/2551 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า โจทก์ นายสถิตย์ ทรัพย์เจริญวงศ์ โจทก์ร่วม นายสวัสดิ์ สร้อยนาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า · โจทก์ร่วม - นายสถิตย์ ทรัพย์เจริญวงศ์ · จำเลย - นายสวัสดิ์ สร้อยนาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · อร่าม เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายประสิทธิ์ ขวัญแก้ว · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวาส ลักษณ์เลิศกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5384/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 990/2506ฎีกา 845/2543ฎีกา 705/2507ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1552/2568ฎีกา 1828/2523ฎีกา 6344/2531ฎีกา 3119/2558ฎีกา 4751/2568ฎีกา 435/2535ฎีกา 279/2539ฎีกา 2269/2538ฎีกา 45/2507ฎีกา 1958/2526ฎีกา 527/2538ฎีกา 584/2519ฎีกา 2824/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา