⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4419/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4419/2551

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนอันเป็นประโยชน์ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จะได้รับการกำหนดโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำได้ต่อเมื่อพนักงานสอบสวนได้มีการสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดอื่นโดยอาศัยข้อมูลนั้น และผู้กระทำความผิดอื่นมีตัวตนจริง.

ย่อคำพิพากษา

แม้จะได้ความตามสำเนาบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนแนบท้ายคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ว่า จำเลยได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนถึงพฤติการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของจำเลยก็ตาม ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นการให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนอันเป็นประโยชน์ต่อการจับกุมและปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนมีการสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดอื่น โดยอาศัยข้อมูลของจำเลยแต่ประการใด ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้กระทำความผิดอื่นที่จำเลยกล่าวอ้างมีตัวตนจริงหรือไม่ กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวนอันจะเป็นเหตุให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามบทบัญญัติดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.97 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.101

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 97, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 72, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนเทปกาวสีดำ ถุงพลาสติกใสแบบกดปิด และอุปกรณ์ในการเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคหนึ่ง วรรคสอง, 91, 101/1 (ที่ถูก มาตรา 100/1) พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 12 ปี และปรับ 600,000 บาท ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน และฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 1,400 บาท รวมจำคุก 16 ปี 6 เดือน และปรับ 601,400 บาท เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 24 ปี 9 เดือน และปรับ 901,400 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 ปี 4 เดือน 15 วัน และปรับ 450,700 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลา 1 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน เทปกาวสีดำ ถุงพลาสติกใสแบบกดปิด และอุปกรณ์ในการเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 80 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 40 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นแล้ว เป็นจำคุก 12 ปี 4 เดือน 15 วัน และปรับ 450,040 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า สำหรับความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตนั้น ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งคัดค้านความผิดฐานดังกล่าวจึงถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้ว ส่วนความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ปรากฏว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุสมควรลงโทษสถานเบาในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณถึง 337 เม็ด น้ำหนัก 29.586 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 8.356 กรัม นับว่าเป็นจำนวนค่อนข้างมากทั้งการกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวมีส่วนทำให้เกิดปัญหาแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษในชุมชนอันเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาสังคมประการอื่นๆ ติดตามมาอีกนานัปการ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ดังนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 12 ปี และปรับ 600,000 บาท ก่อนเพิ่มโทษและลดโทษ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ส่วนที่จำเลยอ้างในฎีกาต่อมาว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนอันเป็นประโยชน์ต่อการจับกุมและปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 สมควรลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดนั้น เห็นว่า แม้จะได้ความตามสำเนาบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนแนบท้ายคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ว่าจำเลยได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนถึงพฤติการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของจำเลยก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนมีการสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดอื่น โดยอาศัยข้อมูลของจำเลยแต่ประการใด ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้กระทำความผิดอื่นที่จำเลยกล่าวอ้างมีตัวตนจริงหรือไม่ กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวนอันจะเป็นเหตุให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดโทษให้จำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง แม้ก่อนคดีนี้เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2547 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 29/2547 ของศาลชั้นต้น และจำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษก็ตาม แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกามีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มาตรา 4 ที่บัญญัติให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้ระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับโดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้พ้นโทษในคดีที่โจทก์อาศัยเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติข้างต้นใช้บังคับ จำเลยย่อมได้รับประโยชน์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเพิ่มโทษจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และฐานเสพเมทแอมเฟตามีนไม่ได้ แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 12 ปี และปรับ 600,000 บาท ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี และฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 16 ปี 6 เดือน และปรับ 600,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี 3 เดือน และปรับ 300,000 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตแล้วเป็นจำคุก 8 ปี 3 เดือน และปรับ 300,040 บาท คำขอเพิ่มโทษให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4419/2551 พนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ โจทก์ นายภานุพงศ์หรือบ๊อบบี้ บุตรยศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ · จำเลย - นายภานุพงศ์หรือบ๊อบบี้ บุตรยศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · สิริรัตน์ จันทรา · ณรงค์พล ทองจีน
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6247/2545ฎีกา 492/2539ฎีกา 4/2508ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 1588/2479ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ