⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5149/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การจ้างทำของเกิดขึ้นเมื่อผู้รับจ้างผลิตสินค้าโดยใช้ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง หรือผลิตตามคำสั่งซื้อที่ผู้ว่าจ้างส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้รับจ้าง * ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ชำระสินจ้างเมื่อได้รับมอบงานที่ทำเสร็จแล้ว * การเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างทำของที่ไม่มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ มีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์โดยใช้ใบสั่งซื้อ แต่โจทก์ก็ต้องใช้แม่พิมพ์ของจำเลยในการผลิตสินค้า หาใช่โจทก์ผลิตสินค้าเพื่อขายให้จำเลยโดยตรงไม่ จึงเป็นการจ้างทำของไม่ใช่ซื้อขาย โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินค้าที่โจทก์ผลิตแล้วส่วนหนึ่ง กับค่าเสียหายในส่วนสินค้าที่ยังไม่ได้ผลิตอีกส่วนหนึ่ง แต่สินค้าในส่วนแรกจำเลยยังไม่ได้รับมอบไปจากโจทก์ จำเลยจึงยังไม่มีหน้าที่ต้องชำระสินจ้าง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 602 ในส่วนนี้จึงถือเป็นการเรียกค่าเสียหายเท่ากับราคาสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นการเรียกค่าเสียหายซึ่งไม่มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร แต่จำเลยทำใบสั่งซื้ออันเป็นคำเสนอให้โจทก์ผลิตสินค้าไปยังภูมิลำเนาของโจทก์ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อโจทก์ผลิตสินค้าตามคำเสนอเท่ากับโจทก์สนองรับโดยปริยาย สัญญาจ้างทำของจึงเกิดขึ้น ณ ภูมิลำเนาของโจทก์ดังกล่าวอันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสมุทรปราการ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,259,954.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 551,571 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 กันยายน 2543) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ จำเลยได้สั่งให้โจทก์ผลิตอุปกรณ์หม้อน้ำและฝาครอบสุขภัณฑ์อย่างละ 10,000 ชุด ตามใบสั่งซื้อ โจทก์ผลิตสินค้าดังกล่าวตามแม่พิมพ์สุขภัณฑ์ของจำเลย และได้ผลิตอุปกรณ์หม้อน้ำส่งมอบให้จำเลยครบถ้วนแล้ว สำหรับฝาครอบสุขภัณฑ์โจทก์ผลิตและส่งมอบให้จำเลยไปแล้ว 6,531 ชุด คงค้างอยู่ 3,469 ชุด แยกเป็นส่วนที่ผลิตเสร็จแล้ว 1,058 ชุด และที่พร้อมผลิตอีก 2,411 ชุด คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยในข้อต่อมาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะสั่งสินค้าจากโจทก์โดยใช้ใบสั่งซื้อ แต่โจทก์ก็ต้องใช้แม่พิมพ์ของจำเลยในการผลิตสินค้าหาใช่โจทก์ผลิตสินค้าเพื่อขายให้จำเลยโดยตรงไม่ จึงเป็นการจ้างทำของไม่ใช่ซื้อขาย คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินค้าที่โจทก์ผลิตเสร็จแล้วส่วนหนึ่งคือฝาครอบสุขภัณฑ์ 1,058 ชุด กับค่าเสียหายในส่วนสินค้าที่ยังไม่ได้ผลิตอีกส่วนหนึ่ง แต่สินค้าในส่วนแรก จำเลยก็ไม่ได้รับมอบจากโจทก์ จำเลยจึงยังไม่มีหน้าที่ต้องชำระสินจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 602 ในส่วนนี้จึงถือเป็นการเรียกค่าเสียหายเท่ากับราคาสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นการเรียกค่าเสียหาย ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/30 นับจากวันที่โจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้คือวันที่โจทก์ผลิตสินค้าเสร็จคือวันที่ 8, 10 และ 12 มกราคม 2541 จนถึงวันฟ้องคดีนี้ในวันที่ 22 กันยายน 2543 ยังไม่เกิน 10 ปี จึงไม่ขาดอายุความ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในข้อสุดท้ายว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น คือศาลจังหวัดสมุทรปราการหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร แต่จำเลยทำใบสั่งซื้ออันเป็นคำเสนอให้โจทก์ผลิตสินค้าไปยังภูมิลำเนาของโจทก์ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อโจทก์ผลิตสินค้าตามคำเสนอเท่ากับโจทก์สนองรับโดยปริยาย สัญญาจ้างทำของจึงเกิดขึ้น ณ ภูมิลำเนาของโจทก์อันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น คือศาลจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ย่อมฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) สำหรับฎีกาของจำเลยในข้ออื่น ไม่มีผลทำให้คำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจกท์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2551 บริษัท เอ็น. แอล. ซานิทารี ฟิตติ้งส์ จำกัด โจทก์ บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอ็น. แอล. ซานิทารี ฟิตติ้งส์ จำกัด · จำเลย - บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · พิทยา บุญชู · สิทธิชัย พรหมศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายไตรรัตน์ เกื้อสกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเกรียงศักดิ์ คงผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.349/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1204/2508ฎีกา 513/2507ฎีกา 195/2531ฎีกา 1933/2545ฎีกา 7809/2540ฎีกา 2832/2531ฎีกา 8632/2552ฎีกา 1556/2529ฎีกา 547/2487ฎีกา 3194/2547ฎีกา 11/2567ฎีกา 2472-2474/2519ฎีกา 5778/2539ฎีกา 7563/2540ฎีกา 1591/2492ฎีกา 6748/2539ฎีกา 2189-2190/2548ฎีกา 4841/2538ฎีกา 7704/2542ฎีกา 2644/2517ฎีกา 2705/2520ฎีกา 8506/2551ฎีกา 416/2535ฎีกา 1976-1978/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา