⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5149/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2551

ป.พ.พ. ม.453, 587 · ป.วิ.แพ่ง ม.4

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การจ้างทำของเกิดขึ้นเมื่อผู้รับจ้างผลิตสินค้าโดยใช้ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง หรือผลิตตามคำสั่งซื้อที่ผู้ว่าจ้างส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้รับจ้าง * ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ชำระสินจ้างเมื่อได้รับมอบงานที่ทำเสร็จแล้ว * การเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างทำของที่ไม่มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ มีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์โดยใช้ใบสั่งซื้อ แต่โจทก์ก็ต้องใช้แม่พิมพ์ของจำเลยในการผลิตสินค้า หาใช่โจทก์ผลิตสินค้าเพื่อขายให้จำเลยโดยตรงไม่ จึงเป็นการจ้างทำของไม่ใช่ซื้อขาย โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินค้าที่โจทก์ผลิตแล้วส่วนหนึ่ง กับค่าเสียหายในส่วนสินค้าที่ยังไม่ได้ผลิตอีกส่วนหนึ่ง แต่สินค้าในส่วนแรกจำเลยยังไม่ได้รับมอบไปจากโจทก์ จำเลยจึงยังไม่มีหน้าที่ต้องชำระสินจ้าง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 602 ในส่วนนี้จึงถือเป็นการเรียกค่าเสียหายเท่ากับราคาสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นการเรียกค่าเสียหายซึ่งไม่มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร แต่จำเลยทำใบสั่งซื้ออันเป็นคำเสนอให้โจทก์ผลิตสินค้าไปยังภูมิลำเนาของโจทก์ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อโจทก์ผลิตสินค้าตามคำเสนอเท่ากับโจทก์สนองรับโดยปริยาย สัญญาจ้างทำของจึงเกิดขึ้น ณ ภูมิลำเนาของโจทก์ดังกล่าวอันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสมุทรปราการ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,259,954.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 551,571 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 กันยายน 2543) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ จำเลยได้สั่งให้โจทก์ผลิตอุปกรณ์หม้อน้ำและฝาครอบสุขภัณฑ์อย่างละ 10,000 ชุด ตามใบสั่งซื้อ โจทก์ผลิตสินค้าดังกล่าวตามแม่พิมพ์สุขภัณฑ์ของจำเลย และได้ผลิตอุปกรณ์หม้อน้ำส่งมอบให้จำเลยครบถ้วนแล้ว สำหรับฝาครอบสุขภัณฑ์โจทก์ผลิตและส่งมอบให้จำเลยไปแล้ว 6,531 ชุด คงค้างอยู่ 3,469 ชุด แยกเป็นส่วนที่ผลิตเสร็จแล้ว 1,058 ชุด และที่พร้อมผลิตอีก 2,411 ชุด คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยในข้อต่อมาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะสั่งสินค้าจากโจทก์โดยใช้ใบสั่งซื้อ แต่โจทก์ก็ต้องใช้แม่พิมพ์ของจำเลยในการผลิตสินค้าหาใช่โจทก์ผลิตสินค้าเพื่อขายให้จำเลยโดยตรงไม่ จึงเป็นการจ้างทำของไม่ใช่ซื้อขาย คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินค้าที่โจทก์ผลิตเสร็จแล้วส่วนหนึ่งคือฝาครอบสุขภัณฑ์ 1,058 ชุด กับค่าเสียหายในส่วนสินค้าที่ยังไม่ได้ผลิตอีกส่วนหนึ่ง แต่สินค้าในส่วนแรก จำเลยก็ไม่ได้รับมอบจากโจทก์ จำเลยจึงยังไม่มีหน้าที่ต้องชำระสินจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 602 ในส่วนนี้จึงถือเป็นการเรียกค่าเสียหายเท่ากับราคาสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นการเรียกค่าเสียหาย ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/30 นับจากวันที่โจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้คือวันที่โจทก์ผลิตสินค้าเสร็จคือวันที่ 8, 10 และ 12 มกราคม 2541 จนถึงวันฟ้องคดีนี้ในวันที่ 22 กันยายน 2543 ยังไม่เกิน 10 ปี จึงไม่ขาดอายุความ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในข้อสุดท้ายว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น คือศาลจังหวัดสมุทรปราการหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร แต่จำเลยทำใบสั่งซื้ออันเป็นคำเสนอให้โจทก์ผลิตสินค้าไปยังภูมิลำเนาของโจทก์ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อโจทก์ผลิตสินค้าตามคำเสนอเท่ากับโจทก์สนองรับโดยปริยาย สัญญาจ้างทำของจึงเกิดขึ้น ณ ภูมิลำเนาของโจทก์อันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น คือศาลจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ย่อมฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) สำหรับฎีกาของจำเลยในข้ออื่น ไม่มีผลทำให้คำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจกท์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2551 บริษัท เอ็น. แอล. ซานิทารี ฟิตติ้งส์ จำกัด โจทก์ บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอ็น. แอล. ซานิทารี ฟิตติ้งส์ จำกัด · จำเลย - บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · พิทยา บุญชู · สิทธิชัย พรหมศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายไตรรัตน์ เกื้อสกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเกรียงศักดิ์ คงผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.349/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2036/2542ฎีกา 824/2545ฎีกา 3240/2533ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1511/2520ฎีกา 2763/2536ฎีกา 2908/2523ฎีกา 912/2490ฎีกา 94/2493ฎีกา 793/2507ฎีกา 2841/2547ฎีกา 362/2558ฎีกา 2768/2530ฎีกา 158/2509ฎีกา 4176/2530ฎีกา 2610/2538ฎีกา 601/2537ฎีกา 1783/2527ฎีกา 6103/2545ฎีกา 723/2492ฎีกา 572/2549ฎีกา 17923/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา