⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5383/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5383/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลย ถือเป็นคำสั่งที่จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ได้หากได้โต้แย้งคำสั่งนั้นต่อศาลชั้นต้นแล้ว แต่อุทธรณ์ดังกล่าวจะต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดแจ้งตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี งดสืบพยานจำเลยทั้งสอง และนัดฟังคำพิพากษา เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว แต่การที่จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2543 ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (2) แล้ว จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งให้งดสืบพยานของศาลชั้นต้นได้ แต่อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับคำสั่งให้งดสืบพยานของศาลชั้นต้นนั้น มิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดแจ้งอย่างใด เพียงแต่กล่าวอ้างถึงอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2543 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 2,096,205.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,928.73 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยดอกเบี้ยข้างต้นให้เปลี่ยนไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1509 ตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์ ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดีและถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ติดใจสืบพยาน ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,096,205.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,928.73 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 22 มีนาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1509 ตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินสุทธิไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาของจำเลยทั้งสองให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรกว่าคำสั่งงดสืบพยานจำเลยของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดีในวันนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2543 โดยให้ถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ติดใจสืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 ธันวาคม 2543 การนัดสืบพยานจำเลยเป็นกระบวนการในชั้นพิจารณาที่มิได้เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดี คำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยทั้งสองของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว แต่การที่จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2543 ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (2) แล้ว จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งให้งดสืบพยานของศาลชั้นต้นได้ ต่อมาหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับคำสั่งให้งดสืบพยานของศาลชั้นต้นนั้นมิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดแจ้งแต่อย่างใดเพียงแต่กล่าวอ้างถึงอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2543 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยนั้นจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5383/2551 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวชมจันทร์ สุนทรนภาลักษณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางสาวชมจันทร์ สุนทรนภาลักษณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อิศเรศ ชัยรัตน์ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพริษฐ์ ปิยะนราธร · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ โรจน์อนนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.302/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1948/2523ฎีกา 4335/2539ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1196/2513ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 801/2515ฎีกา 1028/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา