⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3516/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3516/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับฝากอาวุธปืนและนำไปเก็บไว้ในรถยนต์ขณะโดยสารไปด้วย ถือเป็นการพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต การอ้างเหตุผลว่ามีผู้อื่นฝากไว้และกลัวบุตรจะได้รับอันตราย ไม่ถือเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยรับฝากอาวุธปืนของกลางไว้จาก ป. แล้วนำไปเก็บไว้ในช่องเก็บของในรถยนต์ของ ม. โดยจำเลยนั่งไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปด้วย เมื่อจำเลยนั่งโดยสารรถยนต์ของ ม. จากร้านอาหาร จ. ไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ถึงบริเวณที่เกิดเหตุสี่แยกบรมราชชนนี อันเป็นเมืองและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนที่จำเลยอ้างว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของ ส. ได้นำมาฝาก บ. ไว้จะไปทำธุระในเมือง แต่ บ. กลัวว่าบุตรของตนซึ่งยังเล็กและซุกซนจะได้รับอันตรายจึงฝากจำเลยไว้ ก็มิใช่กรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องมีอาวุธปืนของกลางติดตัวไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 91, 288 ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายชัยยศผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ส่วนข้อหามีและพาอาวุธปืนไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบอาวุธปืนของกลาง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม (ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น) จำคุก 9 เดือน และปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นคนดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คืนของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยรับฝากอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไว้จากนายบันเทิงแล้วนำไปเก็บไว้ในช่องเก็บของในรถยนต์ของนายมนัสเพื่อนำไปเก็บไว้ที่บ้านของตน แต่ระหว่างที่นายมนัสขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่บ้านนั้นถูกรถยนต์ของโจทก์ร่วมชนท้าย แล้วโจทก์ร่วมกับนายมนัสทะเลาะวิวาทกัน จำเลยจึงใช้อาวุธปืนของกลางขู่โจทก์ร่วม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยรับฝากอาวุธปืนของกลางไว้จากนายบันเทิงแล้วนำไปเก็บไว้ในช่องเก็บของในรถยนต์ของนายมนัส โดยจำเลยนั่งไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปด้วย เมื่อจำเลยนั่งโดยสารรถยนต์ของนายมนัสจากร้านอาหารเจ้าพระยาคาเฟ่ไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ถึงบริเวณที่เกิดเหตุสี่แยกบรมราชชนนี อันเป็นเมืองและทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนที่จำเลยอ้างว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของนายสมบัติได้นำมาฝากนายบันเทิงไว้จะไปทำธุระในเมือง แต่นายบันเทิงกลัวว่าบุตรของตนซึ่งยังเล็กและซุกซนจะได้รับอันตรายจึงฝากจำเลยไว้ ก็มิใช่กรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องมีอาวุธปืนของกลางติดตัวไป การที่จำเลยใช้อาวุธปืนขู่โจทก์ร่วมเพื่อมิให้ทะเลาะวิวาทกับนายมนัสนั้น ก็เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังซึ่งไม่มีผลลบล้างความผิดที่จำเลยได้กระทำไปสำเร็จแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง และ 72 ทวิ วรรคสอง ฐานพาอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควรอีกกระทงหนึ่ง จำคุก 9 เดือน และปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นแล้ว คงจำคุก 12 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นคนดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3516/2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายชัยยศ แจ่มรัศมี โจทก์ร่วม นายอุดมศักดิ์ ศักดิ์ธงชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นายชัยยศ แจ่มรัศมี · จำเลย - นายอุดมศักดิ์ ศักดิ์ธงชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรัช ชินวินิจกุล · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ