⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 381/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายศาลโดยปิดหมายตามภูมิลำเนาเดิมที่จำเลยได้ย้ายออกไปแล้ว ถือว่าเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยไม่ถือว่าได้ทราบการนัดพิจารณา.

ย่อคำพิพากษา

เดิมขณะโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 37 ต่อมาในปี 2540 โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ต่อมาในปี 2545 จำเลยย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 43 การติดต่อยื่นคำร้องและคำแถลงต่อศาลหลังจากนั้นจำเลยระบุภูมิลำเนาคือบ้านเลขที่ 43 ทั้งสิ้น การที่ต่อมาเจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และแจ้งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องได้กระทำในเดือนมกราคม 2550 ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเกือบ 10 ปี เจ้าพนักงานศาลน่าจะตรวจสอบที่อยู่ของจำเลยในสายงานว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และแจ้งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยโดยปิดหมายตามภูมิลำเนาเดิมคือบ้านเลขที่ 37 ซึ่งจำเลยย้ายที่อยู่ออกไปแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายโดยชอบและถือไม่ได้ว่าจำเลยทราบนัดแล้ว การที่จำเลยมิได้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลเพิ่มตามนัด จึงไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.67 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินจำนวน 15,483,345.24 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 10,457,843.20 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 21,438 บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นโดยจำเลยยอมผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนภายในวันที่สิ้นสุดของเดือนติดต่อกันเดือนละไม่น้อยกว่า 150,000 บาท เริ่มผ่อนชำระตั้งแต่เดือนมีนาคม 2540 และจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 18 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความหากจำเลยผิดนัดชำระหนี้เดือนหนึ่งเดือนใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเพื่อบังคับชำระหนี้ จำเลยยื่นคำร้องว่า ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจำเลยไม่ต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่โจทก์ผิดข้อตกลงและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเพื่อบังคับชำระหนี้ จึงขอให้เพิกถอนการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า จำเลยไม่ได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 200 บาท คงเสียค่าคำร้องมาเพียง 40 บาท ไม่ถูกต้องจึงมีคำสั่งว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จากจำเลยให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดหากจำเลยไม่ชำระให้งดการอ่านและส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อพิจารณาสั่งต่อไป ศาลชั้นต้นมีหมายนัดจำเลยให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และแจ้งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ถูกต้อง เมื่อถึงวันนัดจำเลยไม่มาศาลศาลชั้นต้นจึงรวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา (ที่ถูก มีคำสั่ง) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และแจ้งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ถูกต้องแก่จำเลยโดยชอบหรือไม่ โดยจำเลยกล่าวอ้างในฎีกาว่า จำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปยังบ้านเลขที่ 43 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2545 จึงไม่ได้รับหมายนัดของศาลชั้นต้นดังกล่าว เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยระบุที่อยู่ของจำเลยว่า อยู่บ้านเลขที่ 37 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นภูมิลำเนาตามที่ปรากฏในทะเบียนบ้านตามเอกสารท้ายคำแถลงที่โจทก์ขอปิดหมายในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย และดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่ต้นตลอดมาจนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2540 ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2545 จำเลยได้ยื่นคำแถลงขอคัดถ่ายคำพิพากษา และในวันที่ 29 มีนาคม 2548 จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีโดยในคำร้องและคำแถลงดังกล่าวระบุภูมิลำเนาของจำเลยคือ บ้านเลขที่ 43 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองซึ่งก็ปรากฏหลักฐานทางทะเบียนแนบท้ายฎีกาว่า จำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2545 นอกจากนั้นขณะที่เจ้าพนักงานศาลได้ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และแจ้งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ถูกต้องได้กระทำในเดือนมกราคม 2550 ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเกือบ 10 ปี เจ้าพนักงานศาลน่าจะต้องตรวจสอบที่อยู่ของจำเลยในสำนวนว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใหม่หรือไม่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และแจ้งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยโดยปิดหมายตามภูมิลำเนาเดิมคือ บ้านเลขที่ 37 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งจำเลยย้ายที่อยู่ออกไปแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายโดยชอบและถือไม่ได้ว่าจำเลยทราบนัดแล้ว การที่จำเลยมิได้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลอุทธรณ์มาวางศาลเพิ่มตามนัด จึงไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า จำเลยทิ้งอุทธรณ์และพิพากษา (ที่ถูก มีคำสั่ง) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษา (ที่ถูก คำสั่ง) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นแจ้งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลอุทธรณ์ให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฉบับลงวันที่ 22 สิงหาคม 2549 เสร็จแล้วให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อดำเนินการต่อไปตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2552 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายจิรพงศ์ อุทัยพัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิทจำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นายจิรพงศ์ อุทัยพัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · รัตน กองแก้ว · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1223/2535ฎีกา 911/2548ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1700/2518ฎีกา 393/2536ฎีกา 1117/2527ฎีกา 3865/2537ฎีกา 222/2511ฎีกา 959/2535ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1419/2543ฎีกา 7857/2538ฎีกา 392/2489ฎีกา 163/2507ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 7560/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ