คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2552
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องที่มิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีที่ถูกบังคับตามคำพิพากษา จะไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ที่ดินพิพาทที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้มีชื่อ ม. ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเป็นผู้ถือสิทธิครอบครอง และโจทก์ในคดีนี้ได้ยึดไว้ทั้งแปลงอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ ม. ได้มาในระหว่างสมรส อันเป็นสินสมรสระหว่าง ม. กับลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 720,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์ขอให้บังคับคดีแก่ที่ดินพิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1714 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีชื่อนายมาศชัย เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และอยู่ระหว่างการประกาศขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาของนายมาศชัย ตามคดีหมายเลขแดงที่ 418/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้นายมาศชัยชำระเงินจำนวน 878,694.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หากผิดนัดยินยอมให้ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) บังคับจำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ดังกล่าว หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นชำระจนครบ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากที่ดินซึ่งจำนองดังกล่าวโฉนดเลขที่ 30411 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น แต่ราคาประเมินของที่ดินจำนองดังกล่าวไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้อง และนายมาศชัยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะบังคับชำระหนี้ได้นอกจากที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายมาศชัยสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่โจทก์นำยึดไว้ในคดีนี้ ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว
โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ที่ดินพิพาทที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้มีชื่อของนายมาศชัยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองและโจทก์ในคดีนี้ได้ยึดไว้ทั้งแปลงอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่นายมาศชัยได้มาในระหว่างสมรส อันเป็นสินสมรสระหว่างนายมาศชัยกับลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชี้ขาดคำร้องของผู้ร้องโดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งเสียให้ถูกต้องด้วย"
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นนี้ให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2552
นางสุวิมล อานัญจวณิชย์ โจทก์
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง
นางราตรี อังสุวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุวิมล อานัญจวณิชย์ · ผู้ร้อง - บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นางราตรี อังสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนตรี ยอดปัญญา · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วีระพล ตั้งสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ