⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5666/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5666/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกเลิกกฎหมายเดิมที่กำหนดความผิดไว้ หากกฎหมายใหม่ที่ใช้บังคับภายหลังไม่ได้กำหนดความผิดนั้นไว้อีกต่อไป การกระทำดังกล่าวก็ไม่เป็นความผิดอีกต่อไปตามกฎหมายอาญา หากกฎหมายใหม่ที่ใช้บังคับภายหลังยังคงกำหนดความผิดเดิมไว้ แต่กำหนดโทษที่แตกต่างไปจากกฎหมายเดิม ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยไม่ว่าในทางใด

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกามี พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 3 บัญญัติว่า "ให้ยกเลิก (1) พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 (2) พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545" โดยยกเลิกบทบัญญัติตามมาตรา 26 วรรคสอง, 60 ดังนั้นการฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคสอง, 60 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 จึงไม่ถือเป็นความผิดอีกต่อไปตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 15, 80 ยังบัญญัติให้ความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14, 59 เป็นความผิดอยู่ แต่โทษปรับตามกฎหมายใหม่เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยไม่ว่าในทางใด ตาม ป.อ. มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ 2551 ม.3 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ 2551 ม.15 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ 2551 ม.80 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2535 ม.14 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2535 ม.29 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2535 ม.56 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2535 ม.60

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2542 จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ จังหวัดภาคเหนือ ให้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ประเภทในประเทศ แต่จะดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้จะต้องวางเงินประกันเป็นเงิน 50,000 บาท ภายในวันที่ 24 มิถุนายน 2542 ก่อน แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้วางเงินประกันภายในกำหนดเวลาดังกล่าว นายทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์จังหวัดภาคเหนือ จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกการออกใบอนุญาตโดยได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว ต่อมาระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม 2542 ถึงวันที่ 7 กันยายน 2542 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวได้ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่เลขที่ 191 ห้องที่ 5 ชั้น 2 อาคารสถานีรถไฟหัวลำโพง ถนนจรัสเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และในระหว่างวันที่ 1 มกราคา 2542 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2542 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 22/0061 ใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า เอส.เค.ทัวร์ และทราเวล ไม่ยื่นเอกสารในการโฆษณาการจัดบริการนำเที่ยวและรายละเอียดในการนำเทียวที่จะจัดในปี 2542 ให้แก่นายทะเบียนก่อนเผยแพร่ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 7 กันยายน 2542 เจ้าพนักงานทำการตรวจค้นและยึดได้ใบเสร็จรับเงินจำนวน 3 เล่ม แผ่นใบโฆษณารูปภาพสถานที่ท่องเที่ยว 1 แผ่น สมุดภาพแสดงสถานที่ท่องเที่ยว 1 เล่ม รายงานนำเที่ยว 1 เล่ม ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14,26, 59, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14, 59 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับจำเลยคนละ 100,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ยังมีความผิดฐานไม่ยื่นเอกสารในการโฆษณาการจัดบริการนำเที่ยวและรายละเอียดในการนำเที่ยวตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 มาตรา 26, 60 อีกกระทงหนึ่งด้วย ให้ปรับ 5,000 บาท รวมปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 105,000 บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่มิให้กักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับเกิน 2 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 เฉพาะเกี่ยวกับความผิดฐานไปยื่นเอกสารในการโฆษณาการจัดบริการนำเที่ยวหรือรายละเอียดในการนำเที่ยว ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 มาตรา 26, 60 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานไม่ยื่นเอกสารในการโฆษณาการจัดบริการนำเที่ยวหรือรายละเอียดในการนำเที่ยวตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกามีพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 3 บัญญัติว่า "ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 (2) พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545" โดยยกเลิกบทบัญญัติตามมาตรา 26 วรรคสอง, 60 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เป็นความผิดตามฟ้องที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ดังนั้นการฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคสอง, 60 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 จึงไม่ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาโจทก์อีกต่อไป อนึ่ง พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 15, 80 ยังบัญญัติให้ความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14, 59 เป็นความผิดอยู่แต่โทษปรับตามกฎหมายใหม่เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองไม่ว่าในทางใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 15, 80 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5666/2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทธนพร แอนด์ เอส เค ทราเวล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - บริษัทธนพร แอนด์ เอส เค ทราเวล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาลี ทัพภวิมล · ดิเรก อิงคนินันท์ · ธนฤกษ์ นิติเศรณี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1797/2522ฎีกา 7201/2568ฎีกา 51/2502ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา